ที่ปรึกษากฎหมายคดียาเสพติด ตั้งแต่ก่อนถูกจับจนพ้นโทษ · บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด

ช่วงที่ 1 และช่วงที่ 6 ของเส้นทางคดี

หมายเรียกและหมายจับในคดียาเสพติด อายุความ และการไม่ไปศาลตามนัด

คดียาเสพติดจำนวนมากเริ่มจากหมายเรียกหรือการติดต่อของเจ้าพนักงาน และบางคดีเริ่มจากหมายจับที่ผู้ถูกกล่าวหายังไม่ทราบ หน้านี้อธิบายหมายเรียก เหตุออกหมายจับ ระยะเวลาที่หมายจับใช้ได้ อายุความแยกตามข้อหา และผลของการไม่ไปศาลตามนัด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประมวลกฎหมายอาญา

ปรับปรุงล่าสุด · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมาย

สาระสำคัญ

  • การเรียกบุคคลไปพบพนักงานสอบสวนต้องมีหมายเรียก และหมายเรียกต้องทำเป็นหนังสือ เว้นแต่พนักงานสอบสวนไปทำการสอบสวนด้วยตนเอง12
  • การไม่ไปตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร กฎหมายให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งในการออกหมายจับ3
  • หมายจับใช้ได้จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดตามหมายขาดอายุความ หรือศาลที่ออกหมายถอนหมายคืน4
  • อายุความนับแต่วันกระทำความผิด ความผิดฐานเสพมีอายุความห้าปี และความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพมีอายุความสิบปี5
  • จำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วหนีหรือจะหลบหนี เจ้าพนักงานมีอำนาจจับ และศาลสั่งบังคับตามสัญญาประกันได้โดยไม่ต้องฟ้อง67

หมายเรียกและการเรียกตัวทางโทรศัพท์

การให้บุคคลใดไปพบพนักงานสอบสวนเนื่องในการสอบสวน กฎหมายกำหนดให้ต้องมีหมายเรียกของพนักงานสอบสวน พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือของศาล แล้วแต่กรณี ข้อยกเว้นมีเฉพาะกรณีที่เจ้าพนักงานดังกล่าวไปทำการสอบสวนด้วยตนเอง ซึ่งเรียกผู้ต้องหาหรือพยานได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียก8

หมายเรียกต้องทำเป็นหนังสือ และต้องมีข้อความหกรายการ ได้แก่ สถานที่ที่ออกหมาย วันเดือนปีที่ออกหมาย ชื่อและที่อยู่ของผู้ถูกเรียก เหตุที่ต้องเรียก สถานที่ วันและเวลาที่ต้องไปถึง และลายมือชื่อพร้อมตำแหน่งของเจ้าพนักงานผู้ออกหมายหรือลายมือชื่อและตราของศาล9 การส่งหมายเรียกแก่ผู้ต้องหาจะให้ผู้อื่นรับแทนไม่ได้ เว้นแต่สามีภริยา ญาติ หรือผู้ปกครองของผู้รับหมาย10

ความเห็นของสำนักงาน

การโทรศัพท์แจ้งให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาไม่ใช่หมายเรียก เพราะหมายเรียกต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 53 ผู้ที่ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ควรขอทราบชื่อ ตำแหน่ง สถานีตำรวจ และเรื่องที่เรียก แล้วตรวจสอบกับสถานีตำรวจนั้นโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่สถานีเผยแพร่เอง และขอให้ส่งหมายเรียกเป็นหนังสือ ถ้าผู้โทรเรียกให้โอนเงินเพื่อระงับคดีหรือถอนหมาย ไม่ควรดำเนินการใด ๆ ก่อนตรวจสอบ ส่วนการไปพบพนักงานสอบสวนโดยไม่รอหมายเรียกเป็นสิ่งที่ทำได้ และควรปรึกษาทนายความก่อน เพื่อเตรียมเอกสารและหลักประกันสำหรับการขอปล่อยชั่วคราวไว้พร้อม

ผลของการไม่ไปตามหมายเรียก

ผู้ที่ได้รับหมายเรียกแล้วไม่ไปตามหมายโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร กฎหมายให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี และเมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลนั้นน่าจะได้กระทำความผิดอาญา ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี ย่อมเป็นเหตุออกหมายจับได้11

มาตรา 66 (1) ยังให้ออกหมายจับได้เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลนั้นน่าจะได้กระทำความผิดซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี โดยไม่ต้องมีเหตุเรื่องการหลบหนี ข้อหาตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 ซึ่งมีโทษจำคุกอย่างสูงสิบห้าปีขึ้นไป จึงอาจมีการออกหมายจับโดยไม่มีหมายเรียกมาก่อน12 ส่วนความผิดฐานเสพและฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ มีโทษจำคุกอย่างสูงหนึ่งปีและสองปีตามลำดับ จึงไม่เข้าเหตุตามมาตรา 66 (1)1314

เมื่อผู้ต้องหาไปตามหมายเรียกหรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อเท็จจริงที่กล่าวหาแล้วจึงแจ้งข้อหา การแจ้งข้อหาต้องมีหลักฐานตามสมควร และต้องให้โอกาสผู้ต้องหาแก้ข้อหาและแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตน ถ้าพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุออกหมายขัง มีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที และถ้าผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตาม มีอำนาจจับได้โดยไม่มีหมายจับ15

สิทธิในการสอบปากคำ เช่น สิทธิที่จะไม่ให้การ และสิทธิให้ทนายความเข้าฟังการสอบปากคำ อธิบายไว้ในหน้า การถูกจับในคดียาเสพติด

ความเห็นของสำนักงาน

ผู้ที่ได้รับหมายเรียกในคดียาเสพติดควรเตรียมการโดยคำนึงว่าอาจถูกนำตัวไปศาลเพื่อขอหมายขังในวันเดียวกัน ได้แก่ ปรึกษาทนายความก่อนวันนัด เตรียมเอกสารแสดงตัวตน ที่อยู่ และหลักประกันสำหรับคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และแจ้งญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจให้ทราบกำหนดการ ถ้ามีเหตุจำเป็นที่ไปตามวันในหมายไม่ได้ ควรแจ้งเหตุพร้อมหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนผู้ออกหมายก่อนวันนัด เพื่อให้มีหลักฐานว่ามีข้อแก้ตัวอันควร

ระยะเวลาที่หมายจับใช้ได้และอายุความ

หมายจับใช้ได้จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดตามหมายขาดอายุความ หรือศาลที่ออกหมายถอนหมายคืน16 หมายจับจึงไม่มีกำหนดอายุของตัวหมายเอง ระยะเวลาที่ทำให้หมายจับสิ้นผลคืออายุความของความผิดตามหมาย

อายุความในคดีอาญานับแต่วันกระทำความผิด ถ้าไม่ได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนด คดีเป็นอันขาดอายุความ17 และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป18 ถ้อยคำของมาตรา 95 กำหนดให้มีทั้งการฟ้องและการได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนด และถ้าได้ฟ้องและได้ตัวมายังศาลแล้ว แต่ผู้กระทำความผิดหลบหนีจนศาลสั่งงดการพิจารณาไว้เกินกำหนดเดียวกันนับแต่วันที่หลบหนี ก็ถือว่าขาดอายุความเช่นกัน

ประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่มีบทบัญญัติเรื่องอายุความไว้เป็นการเฉพาะ สำนักงานค้นคำว่า “อายุความ” ในประมวลกฎหมายทั้งฉบับเมื่อ 4 ตุลาคม 2569 แล้วไม่พบ ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดจึงใช้อายุความตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบทบัญญัติภาค 1 ใช้กับความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่กฎหมายนั้นบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น19

ตารางต่อไปนี้จัดกลุ่มโดยสำนักงาน โดยเทียบอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตามบทบัญญัติแต่ละมาตรากับกำหนดอายุความในมาตรา 9520

ข้อหาตามประมวลกฎหมายยาเสพติดโทษจำคุกอย่างสูงอายุความ
เสพยาเสพติด (มาตรา 162)หนึ่งปีห้าปี ตามมาตรา 95 (4)
มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ (มาตรา 164)สองปีสิบปี ตามมาตรา 95 (3)
ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (มาตรา 145 วรรคหนึ่ง)สิบห้าปีสิบห้าปี ตามมาตรา 95 (2)
กรณีตามมาตรา 145 วรรคสอง เช่น การกระทำเพื่อการค้ายี่สิบปียี่สิบปี ตามมาตรา 95 (1)
กรณีตามมาตรา 145 วรรคสามจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิตยี่สิบปี ตามมาตรา 95 (1)
วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 (มาตรา 149 (1))สิบปีสิบห้าปี ตามมาตรา 95 (2)
วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (มาตรา 149 (2))เจ็ดปีสิบปี ตามมาตรา 95 (3)
วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 (มาตรา 149 (3))ห้าปีสิบปี ตามมาตรา 95 (3)
กรณีตามมาตรา 149 วรรคสอง เช่น การกระทำเพื่อการค้าสิบห้าปีสิบห้าปี ตามมาตรา 95 (2)

ความเห็นของสำนักงาน

ผู้ที่มีหมายจับค้างอยู่ไม่ควรวางแผนโดยอาศัยอายุความ เพราะหมายจับยังใช้ได้ตลอดระยะเวลานั้นและอาจถูกจับได้ทุกเมื่อ ส่วนกรณีมีหลายข้อหา อายุความต้องพิจารณาแยกตามข้อหา แนวทางที่ควรพิจารณาคือการเข้ามอบตัวโดยมีทนายความไปด้วย และเตรียมคำร้องขอปล่อยชั่วคราวไว้ล่วงหน้า การลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานเป็นเหตุบรรเทาโทษอย่างหนึ่งที่ศาลอาจลดโทษให้ได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง21 แต่การลดโทษเป็นดุลพินิจของศาล

การตรวจสอบว่ามีหมายเรียกหรือหมายจับ

หมายเรียกต้องทำเป็นหนังสือและส่งถึงผู้ต้องหา หรือให้สามีภริยา ญาติ หรือผู้ปกครองรับแทน22 ผู้ถูกเรียกจึงทราบได้จากเอกสาร สำหรับหมายจับ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 สำนักงานยังไม่พบช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เปิดให้ประชาชนตรวจสอบหมายจับของตนเองทางออนไลน์

ระบบติดตามความคืบหน้าทางคดีผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ตามคำอธิบายที่สถานีตำรวจภูธรท่าม่วงเผยแพร่ แสดงรายการคดีความหรือเหตุที่ผู้ใช้ได้แจ้งไว้ โดยไม่ได้ระบุว่าใช้ตรวจหมายจับ

ความเห็นของสำนักงาน

ผู้ที่สงสัยว่าอาจมีหมายจับควรปรึกษาทนายความก่อนติดต่อเจ้าพนักงาน เพื่อให้ทนายความสอบถามสถานีตำรวจที่น่าจะรับผิดชอบคดี และเตรียมการมอบตัวพร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในคราวเดียวกัน ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่ เหตุการณ์ที่อาจเป็นที่มาของคดี วันที่และสถานที่ และเอกสารที่เคยได้รับจากเจ้าพนักงาน ผู้ที่อ้างว่าลบหรือระงับหมายจับให้ได้โดยเรียกเงินไม่มีอำนาจเช่นนั้น เพราะหมายจับสิ้นผลเฉพาะเมื่อจับได้ ความผิดขาดอายุความ หรือศาลถอนหมายคืน

การไม่ไปศาลตามนัดระหว่างได้รับการปล่อยชั่วคราว

จำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วไม่ไปศาลตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร กฎหมายให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี23 และเมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยหนีหรือจะหลบหนี พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่พบมีอำนาจจับได้ ถ้าผู้นั้นเป็นบุคคลที่ศาลสั่งปล่อยชั่วคราว ศาลอาจตั้งเจ้าพนักงานศาลให้ดำเนินการแจ้งให้มีการจับ และเมื่อจับได้ต้องนำตัวไปศาลโดยเร็ว24

ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลสั่งบังคับตามสัญญาประกันได้โดยไม่ต้องฟ้อง และอาจงดการบังคับหรือลดจำนวนเงิน โดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวจำเลยและความเสียหายที่เกิดขึ้น25 ถ้าจำเลยมีทนายความและจงใจไม่มาศาลหรือหลบหนี ศาลอาจสืบพยานหลักฐานลับหลังจำเลยได้เมื่อมีความจำเป็นเพื่อมิให้พยานหลักฐานสูญหายหรือยากแก่การนำมาสืบในภายหลัง26

หลักประกันที่วางไว้ไม่ใช่ค่าปรับ เมื่อคดีถึงที่สุดหรือความรับผิดตามสัญญาประกันหมดไป กฎหมายให้คืนหลักประกันแก่ผู้ที่ควรรับไป27

ถ้าการไม่ไปรายงานตัวเป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมความประพฤติ ซึ่งศาลกำหนดเมื่อรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ เช่น เงื่อนไขให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานเป็นครั้งคราว28 ผลเป็นไปอีกทางหนึ่ง คือศาลอาจตักเตือน หรือกำหนดโทษที่ยังไม่ได้กำหนด หรือลงโทษที่รอไว้29

ความเห็นของสำนักงาน

เมื่อทราบว่าไม่ได้ไปศาลตามวันนัด ควรติดต่อทนายความโดยเร็วที่สุด เพื่อแถลงเหตุที่ไม่ได้มาศาลพร้อมหลักฐาน เช่น ใบรับรองแพทย์ และขอให้ศาลพิจารณาเรื่องหมายจับและการปล่อยชั่วคราวต่อไป การกลับมาแสดงตัวต่อศาลโดยเร็วเป็นข้อเท็จจริงที่ทนายความนำเสนอต่อศาลได้ ส่วนผู้ประกันควรให้ความร่วมมือในการติดตามตัวจำเลย เพราะเป็นปัจจัยที่ศาลใช้พิจารณางดหรือลดการบังคับตามสัญญาประกัน

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจโทรมาให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ต้องไปหรือไม่

การโทรศัพท์ไม่ใช่หมายเรียก เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 53 กำหนดให้หมายเรียกต้องทำเป็นหนังสือ ควรตรวจสอบกับสถานีตำรวจโดยตรงและขอหมายเรียกเป็นหนังสือ การไปพบพนักงานสอบสวนโดยไม่รอหมายเรียกทำได้ และควรปรึกษาทนายความก่อน

มีหมายเรียกคดียาเสพติดแล้วไม่ไปได้หรือไม่

ถ้าไม่ไปโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร กฎหมายให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งในการออกหมายจับตามมาตรา 66 ถ้ามีเหตุจำเป็น ควรแจ้งเหตุพร้อมหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนผู้ออกหมายก่อนวันนัด

หมายจับคดีเสพยาเสพติดหมดอายุเมื่อใด

หมายจับใช้ได้จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดขาดอายุความหรือศาลถอนหมาย ความผิดฐานเสพมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี จึงมีอายุความห้าปีนับแต่วันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (4) คดีขาดอายุความเมื่อไม่ได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในห้าปี

ตรวจสอบได้อย่างไรว่ามีหมายจับ

ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 สำนักงานยังไม่พบช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เปิดให้ประชาชนตรวจหมายจับของตนเองทางออนไลน์ ควรปรึกษาทนายความเพื่อสอบถามสถานีตำรวจที่เกี่ยวข้อง และเตรียมการมอบตัวพร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

ไม่ไปศาลตามนัดระหว่างได้รับการปล่อยชั่วคราว มีผลอย่างไร

กฎหมายให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี ซึ่งเป็นเหตุออกหมายจับ เจ้าพนักงานมีอำนาจจับตามมาตรา 117 และศาลสั่งบังคับตามสัญญาประกันได้โดยไม่ต้องฟ้องตามมาตรา 119 ควรติดต่อทนายความทันทีเพื่อแถลงเหตุต่อศาลพร้อมหลักฐาน

เงินประกันตัวได้คืนเมื่อใด

หลักประกันไม่ใช่ค่าปรับ เมื่อคดีถึงที่สุดหรือความรับผิดตามสัญญาประกันหมดไป กฎหมายให้คืนหลักประกันแก่ผู้ที่ควรรับไปตามมาตรา 118 กรณีผิดสัญญาประกัน ศาลอาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันตามมาตรา 119

เชิงอรรถและแหล่งที่มา

  1. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๒ บัญญัติว่า “การที่จะให้บุคคลใดมาที่พนักงานสอบสวนหรือมาที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือมาศาล เนื่องในการสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง การพิจารณาคดี หรือการอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ จักต้องมีหมายเรียกของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือของศาล แล้วแต่กรณี แต่ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไปทำการสอบสวนด้วยตนเอง ย่อมมีอำนาจที่จะเรียกผู้ต้องหาหรือพยานมาได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียก”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๓ บัญญัติว่า “หมายเรียกต้องทำเป็นหนังสือและมีข้อความดังต่อไปนี้ (๑) สถานที่ที่ออกหมาย (๒) วันเดือนปีที่ออกหมาย (๓) ชื่อและตำบลที่อยู่ของบุคคลที่ออกหมายเรียกให้มา (๔) เหตุที่ต้องเรียกผู้นั้นมา (๕) สถานที่ วันเดือนปีและเวลาที่จะให้ผู้นั้นไปถึง (๖) ลายมือชื่อและประทับตราของศาล หรือลายมือชื่อและตำแหน่งเจ้าพนักงานผู้ออกหมาย”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  3. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๖ บัญญัติว่า “เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ (๒) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. มาตรา ๖๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  4. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๘ บัญญัติว่า “หมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความหรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. มาตรา ๖๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  5. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ บัญญัติว่า “ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ (๑) ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี (๒) สิบห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี (๓) สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี (๔) ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี (๕) หนึ่งปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนลงมา หรือต้องระวางโทษอย่างอื่น ถ้าได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลแล้ว ผู้กระทำความผิดหลบหนีหรือวิกลจริต และศาลสั่งงดการพิจารณาไว้จนเกินกำหนดดังกล่าวแล้วนับแต่วันที่หลบหนีหรือวันที่ศาลสั่งงดการพิจารณา ก็ให้ถือว่าเป็นอันขาดอายุความเช่นเดียวกัน”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  6. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๗ บัญญัติว่า “เมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยหนีหรือจะหลบหนี ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่พบการกระทำดังกล่าวมีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นได้ แต่ในกรณีที่บุคคลซึ่งทำสัญญาประกันหรือเป็นหลักประกันเป็นผู้พบเห็นการกระทำดังกล่าว อาจขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ใกล้ที่สุดจับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ ถ้าไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานได้ทันท่วงที ก็ให้มีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้เอง แล้วส่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ใกล้ที่สุด และให้เจ้าพนักงานนั้นรีบจัดส่งผู้ต้องหาหรือจำเลยไปยังเจ้าพนักงานหรือศาล โดยคิดค่าพาหนะจากบุคคลซึ่งทำสัญญาประกันหรือเป็นหลักประกันนั้น ในกรณีที่มีคำสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดตามมาตรา ๑๐๘ วรรคสาม กับผู้ต้องหาหรือจำเลยใด ถ้าปรากฏว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกทำลายหรือทำให้ใช้การไม่ได้ไม่ว่าโดยวิธีใด ให้สันนิษฐานว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นหนีหรือจะหลบหนี ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเป็นบุคคลที่ศาลสั่งปล่อยชั่วคราว ศาลอาจมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานศาลดำเนินการแจ้งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น หรือถ้ามีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานได้ทันท่วงที ก็ให้มีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ และเมื่อจับได้แล้ว ให้นำผู้ถูกจับไปยังศาลโดยเร็ว”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. มาตรา ๑๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๕๘ และวรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๓๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  7. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งงดการบังคับตามสัญญาประกันหรือลดจำนวนเงินที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนี รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย และเมื่อศาลสั่งประการใดแล้วฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. มาตรา ๑๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๕๘ (คัดเฉพาะวรรคหนึ่ง) ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  8. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๒ อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 1
  9. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๓ อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 2
  10. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๕ บัญญัติว่า “การส่งหมายเรียกแก่ผู้ต้องหา จะส่งให้แก่บุคคลผู้อื่นซึ่งมิใช่สามีภริยา ญาติหรือผู้ปกครองของผู้รับหมายรับแทนนั้นไม่ได้”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  11. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๖ อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 3
  12. ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๔๕ บัญญัติว่า “ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งล้านห้าแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสองล้านบาท (๑) การกระทำเพื่อการค้า (๒) การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน (๓) การจำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี (๔) การจำหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานที่ราชการ (๕) การกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย (๖) การกระทำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเป็นการกระทำดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต (๑) การกระทำโดยหัวหน้า ผู้มีหน้าที่สั่งการ หรือผู้มีหน้าที่จัดการในเครือข่ายอาชญากรรม (๒) การทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”ที่มา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๑ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ (ประมวลกฎหมายท้ายพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔) · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · สำเนาราชกิจจานุเบกษาในเว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ส.. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  13. ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๒ บัญญัติว่า “ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ และมิใช่กรณีตามมาตรา ๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”ที่มา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๑ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ (ประมวลกฎหมายท้ายพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔) · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · สำเนาราชกิจจานุเบกษาในเว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ส.. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  14. ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๔ บัญญัติว่า “ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เพื่อเสพ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”ที่มา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๑ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ (ประมวลกฎหมายท้ายพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔) · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · สำเนาราชกิจจานุเบกษาในเว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ส.. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  15. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ บัญญัติว่า “เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา ให้ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบ การแจ้งข้อหาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำผิดตามข้อหานั้น ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม พนักงานสอบสวนต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะแก้ข้อหาและที่จะแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้ เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับแต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา ๗๑ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที แต่ถ้าขณะนั้นเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการ ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลในโอกาสแรกที่ศาลเปิดทำการ กรณีเช่นว่านี้ให้นำมาตรา ๘๗ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาออกหมายขังโดยอนุโลม หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้ โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้ต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจปล่อยชั่วคราวหรือควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. มาตรา ๑๓๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  16. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๘ อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 4
  17. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 5
  18. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ บัญญัติว่า “สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้ (๑) โดยความตายของผู้กระทำผิด (๒) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย (๓) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา ๓๗ (๔) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง (๕) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น (๖) เมื่อคดีขาดอายุความ (๗) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  19. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗ บัญญัติว่า “บทบัญญัติในภาค ๑ แห่งประมวลกฎหมายนี้ ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่กฎหมายนั้น ๆ จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  20. ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๔๙ บัญญัติว่า “ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๔ ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ (๑) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท (๒) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท (๓) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเฉพาะวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เป็นการกระทำดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท (๑) การกระทำเพื่อการค้า (๒) การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน (๓) การจำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี (๔) การจำหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานที่ราชการ (๕) การกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย (๖) การกระทำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ ผู้ใดนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท”ที่มา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๑ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ (ประมวลกฎหมายท้ายพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔) · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · สำเนาราชกิจจานุเบกษาในเว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ส.. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  21. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ บัญญัติว่า “เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ไม่ว่าจะได้มีการเพิ่มหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นก็ได้ เหตุบรรเทาโทษนั้นได้แก่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้โฉดเขลาเบาปัญญาตกอยู่ในความทุกข์อย่างสาหัส มีคุณความดีมาแต่ก่อน รู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้น ลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานหรือให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา หรือเหตุอื่นที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะทำนองเดียวกัน”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  22. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๕ อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 10
  23. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๖ อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 3
  24. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๗ อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 6
  25. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง อ้างแล้วในเชิงอรรถที่ 7
  26. พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา ๑๒ บัญญัติว่า “ในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งจำเลยมีทนายความ ถ้าปรากฏว่าจำเลยคนใดจงใจไม่มาศาลหรือหลบหนี และมีความจำเป็นเพื่อมิให้พยานหลักฐานสูญหายหรือยากแก่การนำมาสืบในภายหลัง เมื่อศาลเห็นเป็นการสมควรก็ให้ศาลมีอำนาจสืบพยานหลักฐานลับหลังจำเลย แต่ต้องให้โอกาสทนายความของจำเลยที่จะถามค้านและนำสืบหักล้างพยานหลักฐานนั้นได้”ที่มา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๙ ก หน้า ๔๕ วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๘๑ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  27. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๘ บัญญัติว่า “เมื่อคดีถึงที่สุดหรือความรับผิดตามสัญญาประกันหมดไปตามมาตรา ๑๑๖ หรือโดยเหตุอื่น ให้คืนหลักประกันแก่ผู้ที่ควรรับไป”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  28. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปีไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามหรือลงโทษปรับ ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น (๑) ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือ (๒) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ (๓) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทำความผิดอีก โดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และเมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิด และพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษหรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจำคุกหรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้ เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ศาลอาจกำหนดข้อเดียวหรือหลายข้อตามควรแก่กรณีได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราว เพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถาม แนะนำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ (๒) ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ (๓) ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก (๔) ให้ไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด (๕) ให้เข้ารับการฝึกอบรม ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด (๖) ห้ามออกนอกสถานที่อยู่อาศัย หรือห้ามเข้าในสถานที่ใดในระหว่างเวลาที่ศาลกำหนด ทั้งนี้ จะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางด้วยก็ได้ (๗) ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเยียวยาความเสียหายโดยวิธีอื่นให้แก่ผู้เสียหายตามที่ผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายตกลงกัน (๘) ให้แก้ไขฟื้นฟูหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม หรือชดใช้ค่าเสียหายเพื่อการดังกล่าว (๙) ให้ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินตามที่ศาลเห็นสมควรว่าจะไม่ก่อเหตุร้าย หรือก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน (๑๐) เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อแก้ไข ฟื้นฟู หรือป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดกระทำหรือมีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีก หรือเงื่อนไขในการเยียวยาผู้เสียหายตามที่เห็นสมควร เงื่อนไขตามที่ศาลได้กำหนดตามความในวรรคสองนั้น ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำขอของผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น พนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่าพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อศาลเห็นสมควรศาลอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนข้อหนึ่งข้อใดเสียก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขข้อใดตามที่กล่าวในวรรคสองที่ศาลยังมิได้กำหนดไว้เพิ่มเติมขึ้นอีกก็ได้ หรือถ้ามีการกระทำผิดทัณฑ์บนให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. มาตรา ๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๙ ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
  29. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๗ บัญญัติว่า “เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของพนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่า ผู้กระทำความผิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังที่ศาลกำหนดตามมาตรา ๕๖ ศาลอาจตักเตือนผู้กระทำความผิด หรือจะกำหนดการลงโทษที่ยังไม่ได้กำหนดหรือลงโทษซึ่งรอไว้นั้นก็ได้”ที่มา ฉบับปรับปรุงล่าสุด ระบบค้นหากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ระบบค้นหากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. ตรวจถ้อยคำเมื่อ 4 ตุลาคม 2569

ปรึกษาเรื่องคดียาเสพติดกับสำนักงาน

กรณีมีผู้ถูกจับ ขอให้แจ้งชื่อผู้ถูกจับ สถานีตำรวจหรือสถานที่ที่ถูกควบคุม เวลาที่ถูกจับ และข้อหาที่ได้รับแจ้ง กรณีคดีอยู่ในศาลหรือมีคำพิพากษาแล้ว ขอให้แจ้งชื่อศาล หมายเลขคดี และวันนัดถัดไป ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ และสำนักงานจะตรวจผลประโยชน์ขัดกันก่อนขอรับเอกสารในคดี

ช่องทางติดต่อสำนักงาน

โทรศัพท์
081 654 5922
LINE
@507btqsu
WhatsApp
+66 87 989 6536
อีเมล
contact@eksiamlegal.com
สำนักงาน
บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด
300/90 ถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
ค่าบริการปรึกษา
ปรึกษาหนึ่งเรื่อง 45 นาที 4,900 บาท ชำระก่อนเวลานัด งานอื่นแจ้งขอบเขตและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน
คิวอาร์โค้ดสำหรับเพิ่มบัญชี LINE Official ของสำนักงาน
LINE Official Accountปรึกษาทาง LINE @507btqsu
เปิดในแอป LINE
คิวอาร์โค้ดสำหรับติดต่อสำนักงานทาง WhatsApp
WhatsAppสำหรับผู้ติดต่อจากต่างประเทศ
เปิดใน WhatsApp