ปรับปรุงล่าสุด · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมาย
สาระสำคัญ
- ผู้ที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาก่อนเจ้าพนักงานตรวจพบ และบำบัดครบถ้วนจนได้รับการรับรอง ไม่มีความผิดฐานเสพหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ1
- เมื่อเจ้าพนักงานตรวจพบ ผู้ที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 114 และสมัครใจ จะถูกส่งตัวไปบำบัดรักษา และเมื่อบำบัดครบถ้วนไม่มีความผิด2
- เมื่อคดีถึงศาล ศาลพิจารณาพิพากษาโดยคำนึงถึงการบำบัดรักษายิ่งกว่าการลงโทษ3
- ศาลส่งจำเลยไปบำบัดรักษาได้ และเมื่อบำบัดครบถ้วน ศาลสั่งยุติคดี45
- ศาลเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือเงื่อนไขคุมความประพฤติได้ ไม่เกินสองปี6
ความผิดฐานเสพและฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ
ประมวลกฎหมายยาเสพติดห้ามเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เว้นแต่การเสพเพื่อการรักษาโรคตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพหรือเพื่อการศึกษาวิจัยตามที่บัญญัติไว้7
| ความผิด | อัตราโทษ |
|---|---|
| เสพ (มาตรา 162) | จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ8 |
| มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ (มาตรา 164) | จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ9 |
บทกำหนดโทษทั้งสองมาตราอยู่ในลักษณะ 7 ของภาค 3 ว่าด้วยบทกำหนดโทษเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดและการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ10 มาตรา 165 ถึง 169 ที่อธิบายในหน้านี้ใช้กับคดีในลักษณะนี้
ปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ
การมีไว้ในครอบครองในปริมาณเล็กน้อยไม่เกินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนดในกฎกระทรวง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ11
| สาร | ถ้อยคำในกฎกระทรวง |
|---|---|
| เมทแอมเฟตามีน | (จ) เมทแอมเฟตามีน (methamphetamine หรือ metamfetamine) มีปริมาณไม่เกินหนึ่งหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินยี่สิบมิลลิกรัม |
| แอมเฟตามีน | (ก) แอมเฟตามีน (amphetamine หรือ amfetamine) มีปริมาณไม่เกินหนึ่งหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม |
| เอ็มดีเอ็มเอ (MDMA) | (ช) ๓,๔ - เมทิลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน (3,4 - methylenedioxymethamphetamine หรือ methylenedioxymetamfetamine หรือ ecstasy หรือ MDMA) มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบมิลลิกรัม |
| เฮโรอีน | (ค) เฮโรอีน (heroin หรือ diacetylmorphine) มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสามร้อยมิลลิกรัม |
| โคคาอีน | (ก) โคคาอีน (cocaine) มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสองร้อยมิลลิกรัม |
| คีตามีน | (ข) คีตามีน (ketamine) ในกรณีที่เป็นของเหลวมีปริมาตรสุทธิไม่เกินสิบมิลลิลิตร หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งหมื่นมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินห้าร้อยมิลลิกรัม |
การสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาก่อนถูกตรวจพบ
ผู้ที่เสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ และสมัครใจขอเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติดก่อนเจ้าพนักงานตรวจพบ เมื่อปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดประกาศกำหนด จนได้รับการรับรองเป็นหนังสือว่าผ่านการบำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจ ไม่มีความผิดตามมาตรา 162 มาตรา 163 หรือมาตรา 16413
มาตรานี้อยู่ในลักษณะว่าด้วยการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดของภาค 214
การบำบัดรักษาเมื่อเจ้าพนักงานตรวจพบ
เมื่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตรวจพบผู้ที่มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ มาตรา 114 ให้ส่งตัวไปสถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรองเมื่อครบเงื่อนไขทุกข้อ15
- ไม่ปรากฏว่าเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นที่มีโทษจำคุก หรืออยู่ระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษา
- ไม่มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคม หรือพฤติกรรมนั้นเกิดจากโรคทางจิตและประสาทหรือฤทธิ์ของยาเสพติดที่ใช้
- สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา
เมื่อบำบัดครบถ้วนจนได้รับการรับรอง ผู้นั้นไม่มีความผิด แต่ถ้าหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือ สถานพยาบาลจะจัดทำประวัติ ข้อมูล และพฤติการณ์ไว้เพื่อประกอบการพิจารณาในครั้งต่อไป
ความเห็นของสำนักงาน
เงื่อนไขข้อแรกทำให้ประวัติคดีอื่นที่ยังค้างอยู่มีผลโดยตรงต่อการได้รับการบำบัดแทนการดำเนินคดี ผู้ที่มีคดีอื่นค้างอยู่ควรตรวจสถานะของคดีนั้นก่อนตัดสินใจในเรื่องนี้
การบำบัดรักษาเมื่อคดีถึงศาล
ในคดีความผิดตามลักษณะนี้ ศาลพิจารณาพิพากษาโดยคำนึงถึงการสงเคราะห์ให้จำเลยเลิกเสพโดยการบำบัดรักษายิ่งกว่าการลงโทษ และหากจะลงโทษ ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับจำเลยแต่ละคน โดยคำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ ภาระในการเลี้ยงดูครอบครัว สภาพร่างกายและจิตใจ การถูกบังคับหรือหลอกลวงให้เสพ และเหตุอันควรปรานีอื่น ศาลอาจสั่งให้พนักงานคุมประพฤติแสวงหาข้อเท็จจริงและรายงานภายในสามสิบวัน16
เมื่อมีการฟ้องคดี ถ้าไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ต้องหาหรือถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นที่มีโทษจำคุก หรืออยู่ระหว่างรับโทษจำคุก และศาลเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรลงโทษ หากจำเลยสำนึกในการกระทำและตกลงเข้ารับการบำบัดรักษา ศาลสอบถามพนักงานอัยการแล้วส่งตัวจำเลยไปสถานพยาบาลยาเสพติดได้เมื่อเห็นสมควร17 เมื่อบำบัดครบถ้วนจนได้รับการรับรอง ศาลสั่งยุติคดีและผู้นั้นพ้นจากความผิด ถ้าจำเลยไม่ให้ความร่วมมือ ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป18
การเปลี่ยนโทษจำคุกและการคุมความประพฤติ
ถ้าผู้กระทำความผิดตามลักษณะนี้ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาหรือถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นที่มีโทษจำคุก หรืออยู่ระหว่างรับโทษจำคุก ศาลมีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือนำเงื่อนไขคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มาใช้แทนการลงโทษ ตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดแต่ไม่เกินสองปี19
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1855/256720
จำเลยเข้าเงื่อนไขเพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และไม่อยู่ในเกณฑ์รอการลงโทษตามมาตรา 56 เพราะเคยรับโทษจำคุกเกินหกเดือน แต่เมื่อความผิดฐานเสพเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย ความผิดครั้งก่อนเกิดเมื่อกว่าแปดปีมาแล้ว และการจำคุกระยะสั้นไม่น่าเป็นผลดี ศาลนำเงื่อนไขคุมความประพฤติตามมาตรา 56 มาใช้แทนการลงโทษจำคุกตามมาตรา 166 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด
“คดีนี้จำเลยกระทำความผิดเสพเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย”
ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองตามกฎหมายเดิม
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5547/256721
ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเดิมไม่ใช่ความผิดร้ายแรง จึงอยู่กลุ่มเดียวกับความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพตามมาตรา 107 และ 164 กฎหมายใหม่ไม่มีผลย้อนหลังทำให้เป็นความผิดร้ายแรง และปริมาณต้องด้วยข้อสันนิษฐานเพื่อเสพตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ข้อ 2 (จ) ศาลจึงลงโทษตามมาตรา 107 วรรคสอง และมาตรา 164 ซึ่งเป็นคุณ
“ไม่มีผลย้อนหลังทำให้ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเดิมกลายเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายใหม่ไปได้”
คำถามที่พบบ่อย
ไปมอบตัวเพื่อเข้ารับการบำบัดแล้วจะมีความผิดหรือไม่
ถ้าสมัครใจขอเข้ารับการบำบัดรักษาก่อนเจ้าพนักงานตรวจพบ และปฏิบัติครบถ้วนจนได้รับการรับรองเป็นหนังสือ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานเสพหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 113
บำบัดไม่ครบตามที่ศาลส่งไปจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าจำเลยไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษาจนครบถ้วน ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาต่อไป ตามมาตรา 169 วรรคสอง
คดีเสพยาเสพติดมีโอกาสไม่ถูกจำคุกหรือไม่
ประมวลกฎหมายให้ศาลคำนึงถึงการบำบัดรักษายิ่งกว่าการลงโทษ ศาลส่งไปบำบัดและยุติคดีได้ และเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นเงื่อนไขคุมความประพฤติได้ไม่เกินสองปี ผลในแต่ละคดีขึ้นกับเงื่อนไขในมาตรา 165 ถึง 169 และข้อเท็จจริงของผู้นั้น