ปรับปรุงล่าสุด · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมาย
สาระสำคัญ
- คดียาเสพติดแบ่งได้เป็นเก้าช่วง ตั้งแต่ก่อนถูกจับจนพ้นโทษ แต่ละช่วงมีบทกฎหมายและการตัดสินใจที่ต่างกัน
- วิธีพิจารณาคดียาเสพติดใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในเรื่องที่พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติดไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ1
- การให้ข้อมูลที่สำคัญแก่เจ้าพนักงานผู้จับกุมหรือพนักงานสอบสวนเป็นเหตุให้ศาลลงโทษต่ำกว่าขั้นต่ำได้ และผู้กระทำความผิดยื่นคำร้องเองได้ถ้าพนักงานอัยการไม่ระบุ2
- เมื่อจำเลยรับสารภาพ ศาลพิพากษาโดยไม่สืบพยานต่อไปได้ เว้นแต่มีเหตุสงสัยหรือข้อหามีโทษขั้นต่ำจำคุกตลอดชีวิตหรือหนักกว่า3
ภาพรวมเส้นทางคดีเก้าช่วง
เส้นทางคดียาเสพติดเริ่มตั้งแต่ก่อนถูกจับ ผ่านชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ ชั้นศาลสามชั้น ไปจนถึงการรับโทษและการพ้นโทษ ช่วงที่ 1 อธิบายในหน้า หมายเรียกและหมายจับ และหน้า ผู้เสพและการบำบัดรักษา ช่วงที่ 2 ถึง 4 อธิบายในหน้า การถูกจับ ช่วงที่ 5 ถึง 7 อธิบายในหน้านี้ และช่วงที่ 8 ถึง 9 อธิบายในหน้าหลังคำพิพากษา
- 1ก่อนถูกจับ หมายเรียก และหมายจับ
หมายเรียกและการเรียกตัวทางโทรศัพท์ เหตุออกหมายจับ อายุความ และการสมัครใจเข้ารับการบำบัด
- 2การจับและการตรวจค้น
การแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ บันทึกการจับกุม และความชอบด้วยกฎหมายของการค้น
- 3ที่ทำการของพนักงานสอบสวน
การแจ้งสิทธิ การติดต่อญาติ และการพบทนายความ
- 4การสอบปากคำ ฝากขัง และการปล่อยชั่วคราว
สิทธิที่จะไม่ให้การ ระยะเวลาฝากขัง และคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
- 5ชั้นพนักงานอัยการ
การพิจารณาสำนวนและการระบุเรื่องการให้ข้อมูลที่สำคัญในคำฟ้อง
- 6การพิจารณาในศาลชั้นต้น
การรับสารภาพ การสืบพยาน การบำบัดรักษาในชั้นศาล และการรับฟังพยานหลักฐาน
- 7คำพิพากษาและการกำหนดโทษ
อัตราโทษ การลงโทษต่ำกว่าขั้นต่ำ การเปลี่ยนโทษจำคุก และการริบทรัพย์สิน
- 8อุทธรณ์ ฎีกา และการกำหนดโทษใหม่
การปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ และการขอกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3
- 9การรับโทษ การพักการลงโทษ และการพ้นโทษ
การลดวันต้องโทษ การพักการลงโทษ และการขอพระราชทานอภัยโทษ
ช่วงที่ 5 ชั้นพนักงานอัยการ
เมื่อพนักงานสอบสวนส่งสำนวนแล้ว พนักงานอัยการเป็นผู้พิจารณาว่าจะฟ้องคดีหรือไม่ ในคดียาเสพติด เรื่องที่ควรติดตามในช่วงนี้คือการให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปราม ซึ่งศาลใช้เป็นเหตุลงโทษต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำได้เมื่อพนักงานอัยการระบุไว้ในคำฟ้องหรือยื่นคำร้องต่อศาล4
ถ้าพนักงานอัยการไม่ระบุ ผู้กระทำความผิดที่เคยให้ข้อมูลยื่นคำร้องต่อศาลเองได้ตามมาตรา 153 วรรคสอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าบทบัญญัติเรื่องนี้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับโทษ และในคดีที่เกิดก่อนประมวลกฎหมายใช้บังคับ ศาลต้องเลือกใช้กฎหมายส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4000/25695
บทบัญญัติเรื่องการลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำเพราะให้ข้อมูลที่สำคัญเป็นกฎหมายเกี่ยวกับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 และมาตรา 100/2 ของกฎหมายเดิมเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ศาลต้องนำมาใช้ด้วย การไม่กำหนดโทษตามมาตรา 100/2 จึงหนักกว่าโทษตามกฎหมายภายหลัง
“จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ไม่ว่าในทางใดด้วย”
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2979/2566 (ประชุมใหญ่)6
การมีไว้เพื่อจำหน่ายกับการพยายามจำหน่ายเป็นความผิดฐานจำหน่ายเพียงกรรมเดียวตามกฎหมายใหม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ฟังว่าการกระทำเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนตามมาตรา 145 วรรคสอง (2) ไม่ถึงวรรคสาม (2) ส่วนการลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำเพราะให้ข้อมูลที่สำคัญ มาตรา 153 กำหนดหลักเกณฑ์ให้พนักงานอัยการระบุหรือผู้กระทำความผิดยื่นคำร้อง จึงไม่เป็นคุณกว่ามาตรา 100/2 ของกฎหมายเดิม ต้องใช้กฎหมายเดิมในส่วนนี้
“กฎหมายใหม่จึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย ต้องบังคับตามกฎหมายเดิมซึ่งใช้ในขณะกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 3 วรรคแรก”
ความเห็นของสำนักงาน
การให้ข้อมูลที่จะได้รับประโยชน์ตามมาตรา 153 ต้องเป็นข้อมูลต่อเจ้าพนักงานผู้จับกุมหรือพนักงานสอบสวนในคดีนั้น ข้อเท็จจริงว่าให้ข้อมูลเมื่อใด ต่อผู้ใด และผลที่เกิดขึ้น ควรได้รับการบันทึกไว้ในสำนวนตั้งแต่ชั้นสอบสวน
ช่วงที่ 6 การพิจารณาในศาลชั้นต้น
ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด หรือข้อหาที่รับสารภาพมีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตลอดชีวิตหรือหนักกว่านั้น ซึ่งศาลต้องฟังพยานโจทก์จนพอใจว่าจำเลยกระทำผิดจริง7
ในคดีที่จำเลยมีทนายความ ถ้าจำเลยจงใจไม่มาศาลหรือหลบหนี และมีความจำเป็นเพื่อมิให้พยานหลักฐานสูญหาย ศาลสืบพยานลับหลังจำเลยได้ แต่ต้องให้โอกาสทนายความถามค้านและนำสืบหักล้าง8
เรื่องการรับฟังพยานหลักฐาน คำรับสารภาพในชั้นจับกุมห้ามรับฟัง9 ถ้อยคำในชั้นสอบสวนที่ให้ก่อนได้รับแจ้งสิทธิรับฟังไม่ได้10 และพยานหลักฐานที่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบอยู่ในบังคับของมาตรา 226/111
ในคดีความผิดฐานเสพหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ศาลส่งจำเลยไปบำบัดรักษาและยุติคดีเมื่อบำบัดครบถ้วนได้1213
สำหรับคดีที่ค้างพิจารณาในศาลชั้นต้นในวันก่อนประมวลกฎหมายใช้บังคับ คู่ความยื่นคำแถลงขอสืบพยานเพิ่มเติมในประเด็นว่าการกระทำเป็นการกระทำเพื่อจำหน่ายหรือไม่ได้14
ช่วงที่ 7 คำพิพากษาและการกำหนดโทษ
ศาลกำหนดโทษตามบทกำหนดโทษของฐานความผิด ซึ่งในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ คือมาตรา 14515 ความผิดร้ายแรงที่มีทั้งโทษจำคุกและปรับ ศาลต้องลงโทษทั้งสองอย่าง แต่ลงต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำได้เมื่อมีเหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะราย16
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/256917
เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ยืนความผิดและโทษ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำตามมาตรา 152 วรรคสอง ส่วนการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) เป็นเหตุฉกรรจ์เชิงนามธรรม ศาลฟังว่าการพยายามส่งออกยาเสพติดจำนวนมากเข้าเหตุนี้ แม้จุดหมายปลายทางเป็นต่างประเทศ โดยคำนึงถึงพันธกรณีของประเทศไทยตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ
“จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษน้อยเป็นการเฉพาะรายตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง อีก”
ในคดีความผิดฐานเสพหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ศาลเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือเงื่อนไขคุมความประพฤติได้ไม่เกินสองปี18 และทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องถูกริบ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษหรือไม่19
ความเห็นของสำนักงาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2569 แสดงว่าการไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอาจทำให้เสียสิทธิยกเหตุบางประการในชั้นฎีกา การตัดสินใจเรื่องอุทธรณ์จึงควรทำภายในกำหนดเวลาหลังฟังคำพิพากษา โดยพิจารณาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ยังโต้แย้งได้
คำถามที่พบบ่อย
คดียาเสพติดมีขั้นตอนอย่างไรตั้งแต่ถูกจับจนจบคดี
สำนักงานแบ่งเป็นเก้าช่วง ได้แก่ ก่อนถูกจับ การจับและการค้น ที่ทำการพนักงานสอบสวน การสอบปากคำ ฝากขัง และปล่อยชั่วคราว ชั้นพนักงานอัยการ การพิจารณาในศาลชั้นต้น คำพิพากษาและการกำหนดโทษ อุทธรณ์ฎีกาและการกำหนดโทษใหม่ และการรับโทษจนพ้นโทษ
รับสารภาพในศาลแล้วศาลต้องสืบพยานหรือไม่
ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด มาตรา 13 ศาลพิพากษาโดยไม่สืบพยานต่อไปได้ เว้นแต่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด หรือข้อหามีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตลอดชีวิตหรือหนักกว่านั้น
การให้ข้อมูลแก่ตำรวจช่วยลดโทษได้หรือไม่
ได้ ถ้าศาลเห็นว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปราม และพนักงานอัยการระบุในคำฟ้องหรือยื่นคำร้อง หรือผู้กระทำความผิดยื่นคำร้องเอง ศาลจะลงโทษต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำก็ได้ ตามมาตรา 153