ปรับปรุงล่าสุด · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมาย
สาระสำคัญ
- คลังนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกา 18 ฉบับ ทุกฉบับค้นพบในระบบสืบค้นของศาลฎีกาด้วยเลขคำพิพากษา เมื่อ 3 ตุลาคม 2569 ในจำนวนนี้ 6 ฉบับมีมติที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา
- ข้อความในเครื่องหมายคำพูดคัดคำต่อคำจากคำพิพากษาฉบับย่อในระบบของศาลฎีกา ส่วนข้อเท็จจริงและคำวินิจฉัยโดยสรุปเป็นถ้อยคำของสำนักงาน
- แต่ละฉบับระบุข้อจำกัดในการนำไปใช้ เพราะผลของคำพิพากษาผูกกับข้อเท็จจริงของคดีนั้น
- เลขคำพิพากษาที่พบในแหล่งอื่นแต่ค้นไม่พบในระบบของศาลฎีกา สำนักงานไม่นำมาอ้าง
วิธีคัดเลือกและตรวจคำพิพากษา
สำนักงานคัดคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักในประเด็นที่เกิดบ่อยในคดียาเสพติด ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านจากกฎหมายเดิม พฤติการณ์ตามมาตรา 145 การรับฟังถ้อยคำในชั้นจับกุม ผู้สนับสนุนและผู้สมคบ และการกำหนดโทษ ทุกฉบับตรวจโดยค้นด้วยเลขคำพิพากษาในระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา และตรวจข้อความที่คัดมาว่าปรากฏในคำพิพากษาฉบับย่อทุกตัวอักษร
คำพิพากษาศาลฎีกาเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของคดีนั้น การนำหลักไปใช้กับคดีอื่นต้องเทียบข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญเสมอ
การใช้กฎหมายเดิมหรือประมวลกฎหมายยาเสพติด และการขอกำหนดโทษใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/25651
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยสองคนร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 1,000 เม็ดแก่ผู้ล่อซื้อ และเคยจำหน่ายแก่ผู้ต้องหารายอื่นมาก่อน ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- ข้อสันนิษฐานเพื่อจำหน่ายตามปริมาณของกฎหมายเดิมยังใช้กับคดีนี้ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด แต่มาตรา 145 ของประมวลกฎหมายใหม่ลงโทษหนักขึ้นโดยถือพฤติการณ์และบทบาทหน้าที่เป็นสำคัญ ไม่ได้ถือปริมาณดังกฎหมายเดิม แม้ปริมาณที่มากขึ้นอาจบ่งชี้พฤติการณ์ได้ ถ้าผู้กระทำไม่มีพฤติการณ์หรือบทบาทตามวรรคสองหรือวรรคสาม ศาลปรับบทได้เพียงวรรคหนึ่ง และการกำหนดโทษใช้กฎหมายส่วนที่เป็นคุณตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 คดีนี้ศาลฟังว่าเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน จึงลงโทษตามมาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งเป็นคุณกว่ากฎหมายเดิม
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “ป.ยาเสพติด มาตรา 145 ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ บัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้นโดยถือเอาพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ใช้ข้อสันนิษฐานตามกฎหมายเดิมเพราะศาลชั้นต้นพิพากษาก่อนประมวลกฎหมายใช้บังคับ การปรับบทตามมาตรา 145 วรรคสองหรือวรรคสามขึ้นกับข้อเท็จจริงเรื่องพฤติการณ์และบทบาทในแต่ละคดี
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 212 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1453 · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 34
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2610/25665
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมายเดิมฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 8 เดือน และฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปีและปรับ 700,000 บาท และถูกเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 97 ของกฎหมายเดิม ต่อมามีการขอให้กำหนดโทษใหม่
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- กฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 หมายถึงกฎหมายที่บัญญัติความผิดหรือบัญญัติโทษ ศาลกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 (1) ได้เฉพาะเมื่อโทษตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษตามกฎหมายใหม่ คดีนี้โทษที่ลงไว้ในทั้งสองฐานไม่หนักกว่า จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ ส่วนการเพิ่มโทษ แม้มาตรา 97 ของกฎหมายเดิมถูกยกเลิกและประมวลกฎหมายใหม่ไม่มีบทเพิ่มโทษ ศาลยังเพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ได้ เมื่อโจทก์ได้ขอให้เพิ่มโทษไว้แล้ว
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “หมายถึงกฎหมายที่บัญญัติถึงการกระทำอันเป็นความผิดหรือบัญญัติถึงโทษ หรือโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิด”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ผลของคำร้องขอกำหนดโทษใหม่ขึ้นกับการเปรียบเทียบโทษที่ศาลลงไว้จริงกับอัตราโทษตามกฎหมายใหม่ในแต่ละฐานความผิด
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2609/25667
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- ศาลลงโทษตามกฎหมายเดิมฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานพยายามจำหน่ายเป็นหลายกรรม และเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 97 ของกฎหมายเดิม คดีถึงที่สุดแล้วมีการขอให้กำหนดโทษใหม่
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- นิยามคำว่า จำหน่าย ในมาตรา 1 ของประมวลกฎหมายยาเสพติดรวมการมีไว้เพื่อจำหน่าย ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกับฐานพยายามจำหน่ายจึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน การปรับบทเป็นหลายกรรมจึงหนักกว่าการลงโทษตามกฎหมายใหม่ซึ่งในคดีนี้คือมาตรา 145 วรรคสอง (1) เพียงกรรมเดียว และอยู่ในหลักเกณฑ์กำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ส่วนการเพิ่มโทษ ศาลเพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ได้
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- เป็นคำร้องขอกำหนดโทษใหม่หลังคดีถึงที่สุด การปรับบทตามมาตรา 145 วรรคสอง (1) อาศัยข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีนั้น
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 38
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/25699
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นลงโทษตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) จำคุกตลอดชีวิตและปรับ 1,000,000 บาทก่อนลดโทษ จำเลยไม่อุทธรณ์ ต่อมาขอให้กำหนดโทษใหม่
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- เมื่อศาลชั้นต้นใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณในการพิพากษาแล้ว จำเลยขอกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ไม่ได้ หากเห็นว่าโทษหนักเกินไปต้องใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาตามขั้นตอน และการขอเช่นนี้มีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) ได้ เพราะศาลชั้นต้นได้ใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ในการพิพากษาลงโทษไปแล้ว”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- คำร้องขอกำหนดโทษใหม่ไม่ใช่ช่องทางแทนการอุทธรณ์
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310
เจตนาจำหน่าย เหตุฉกรรจ์ และปริมาณยาเสพติด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/256711
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย สารบริสุทธิ์ 0.410 กรัม และขายให้สายลับผู้ล่อซื้อ สารบริสุทธิ์ 0.027 กรัม คดีถึงที่สุดตามกฎหมายเดิมโดยลงโทษเป็นสองกระทง
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- แม้เป็นการขายให้สายลับผู้ล่อซื้อ เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นแสดงว่าจำเลยจำหน่ายเป็นปกติ ยังไม่เป็นการกระทำเพื่อการค้า การกระทำจึงเป็นความผิดตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง โทษที่ลงไว้ในแต่ละฐานไม่หนักกว่าโทษตามกฎหมายใหม่ แต่การมีไว้เพื่อจำหน่ายกับการจำหน่ายเป็นความผิดฐานจำหน่ายเพียงกรรมเดียว การปรับบทเป็นหลายกรรมจึงหนักกว่า และอยู่ในหลักเกณฑ์กำหนดโทษใหม่ในส่วนนั้น
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นอันแสดงให้เห็นว่าจำเลยประกอบกิจการด้วยการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการปกติทั่วไป อันจะถือเป็นการกระทำเพื่อการค้า”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ข้อวินิจฉัยเรื่องเพื่อการค้าอาศัยข้อเท็จจริงที่ยุติตามคำพิพากษาเดิม คดีอื่นต้องพิจารณาพยานหลักฐานเรื่องพฤติการณ์เป็นรายคดี
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 14512 · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/256714
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน 300,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 5,274.257 กรัม ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ปรับบทตามมาตรา 145 วรรคสาม (2)
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- แม้มาตรา 145 กำหนดโทษตามพฤติการณ์และบทบาทเป็นสำคัญ ปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นเป็นข้อบ่งชี้พฤติการณ์และบทบาทอยู่ในตัว ศาลฎีกาเห็นว่าการปรับบทตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) ชอบแล้ว แต่เห็นว่าโทษประหารชีวิตที่ศาลอุทธรณ์วางไว้หนักเกินไป จึงแก้เป็นจำคุกตลอดชีวิตก่อนลดโทษ
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “ปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นเป็นข้อบ่งชี้ถึงพฤติการณ์และบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดอยู่ในตัว”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ปริมาณเป็นข้อบ่งชี้ประกอบ ไม่ใช่ข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย ต้องอ่านคู่กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2565
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 14515
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3479/256916
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- โจทก์บรรยายฟ้องว่าการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และจำเลยให้การรับสารภาพ
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- ประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ถือปริมาณเป็นเกณฑ์กำหนดโทษ แต่ปริมาณอาจบ่งชี้ความร้ายแรงและนำมาพิจารณาประกอบพฤติการณ์อื่นได้ เหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 145 วรรคสอง (2) และวรรคสาม (2) เป็นเหตุฉกรรจ์เชิงนามธรรม ศาลต้องวินิจฉัยจากพฤติการณ์ความร้ายแรงของคดี ไม่จำต้องฟังเป็นยุติตามคำบรรยายฟ้องและคำรับสารภาพเสมอไป
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “เหตุฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นเหตุฉกรรจ์ในเชิงนามธรรม ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาตามพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งคดีเป็นเรื่อง ๆ ไป”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ใช้กับเหตุฉกรรจ์ที่เป็นนามธรรมเท่านั้น ไม่ใช่เหตุที่เป็นข้อเท็จจริงชัดเจน เช่น การจำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 14517
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/256918
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึก สารบริสุทธิ์ 2,762.668 กรัม และพยายามส่งออกไปต่างประเทศ ถูกจับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศาลชั้นต้นลงโทษประหารชีวิต จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ตามกฎหมาย และศาลอุทธรณ์ยืนความผิดและโทษโดยแก้การปรับบทเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติด
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ยืนความผิดและโทษ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำตามมาตรา 152 วรรคสอง ส่วนการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) เป็นเหตุฉกรรจ์เชิงนามธรรม ศาลฟังว่าการพยายามส่งออกยาเสพติดจำนวนมากเข้าเหตุนี้ แม้จุดหมายปลายทางเป็นต่างประเทศ โดยคำนึงถึงพันธกรณีของประเทศไทยตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษน้อยเป็นการเฉพาะรายตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง อีก”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ผลเรื่องสิทธิฎีกาเกิดจากการที่จำเลยไม่อุทธรณ์ จึงเป็นเหตุผลที่ต้องพิจารณาการอุทธรณ์ตั้งแต่ชั้นศาลชั้นต้น
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 14519 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 15220
การจับ การค้น และถ้อยคำในชั้นจับกุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/256721
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- บันทึกการจับกุมระบุว่าจำเลยและผู้ถูกจับอีกคนหนึ่งรับว่าเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืนเป็นของตน และซื้อมาจากบุคคลอื่นเพื่อจำหน่ายต่อ โจทก์อ้างว่ารายละเอียดเรื่องการซื้อมาเพื่อจำหน่ายเป็นถ้อยคำอื่นที่รับฟังได้
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- ถ้อยคำรับสารภาพของผู้ถูกจับต่อเจ้าพนักงานผู้จับรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 84 วรรคสี่ และถ้อยคำอื่นตามบทบัญญัตินั้นต้องไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคำรับสารภาพ รายละเอียดว่าซื้อมาเพื่อจำหน่ายต่อเป็นส่วนหนึ่งของคำรับสารภาพจึงรับฟังไม่ได้ ส่วนคำรับสารภาพชั้นจับกุมของผู้ถูกจับอีกคนหนึ่ง แม้ไม่ห้ามรับฟังในคดีของจำเลย แต่เป็นพยานบอกเล่าและคำซัดทอดซึ่งมีเงื่อนไขในการรับฟังและมีน้ำหนักน้อย
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “ถ้อยคำอื่นตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องไม่ใช่ถ้อยคำที่เป็นส่วนหนึ่งของคำรับสารภาพของจำเลย”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- หลักนี้ใช้กับถ้อยคำในชั้นจับกุม ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนอยู่ในบังคับของมาตรา 134/4
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 8422 · พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 323
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4316/256024
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- ผู้ต้องหาสามคนที่ถูกจับข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนให้การว่ารับเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลยซึ่งเช่าห้องพักในรีสอร์ต ตำรวจตรวจสอบกับผู้ดูแลรีสอร์ตแล้วเข้าค้นห้องทันทีโดยไม่มีหมายค้น
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- ศาลฟังว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง เพราะจำเลยพักในรีสอร์ตเป็นการชั่วคราว และหากรอหมายค้นอาจนำยาเสพติดออกไปเมื่อใดก็ได้ ตำรวจจึงค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น และเมื่อพบยาเสพติดอันเป็นความผิดซึ่งหน้า จึงจับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “จึงเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง เจ้าพนักงานตำรวจจึงมีอำนาจเข้าไปค้นในห้องพักโดยไม่จำต้องมีหมายค้น”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- คดีเกิดก่อนประมวลกฎหมายยาเสพติด แต่หลักเรื่องการค้นเป็นหลักตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ความชอบด้วยกฎหมายของการค้นขึ้นกับข้อเท็จจริงเรื่องความฉุกเฉินในแต่ละคดี
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 325
ตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้สมคบ และผู้ให้ใช้บัญชีธนาคาร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2306/256726
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยรับโทษจำคุกตลอดชีวิตตามคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมายเดิม ฐานสมคบและร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน 1,580 เม็ดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยจำเลยเปิดบัญชีเงินฝากตามคำสั่งของพวกเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด แล้วขอให้กำหนดโทษใหม่
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- การเปิดบัญชีในกรณีนี้เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำในการสมคบ ไม่ใช่เพียงความผิดฐานยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีตามมาตรา 129 ซึ่งมีโทษเบากว่า การกระทำต้องด้วยมาตรา 145 วรรคสอง (2) แต่ยังไม่ถึงวรรคสาม (2) และยังไม่พอฟังว่าเป็นการกระทำเพื่อการค้า เมื่อโทษจำคุกตลอดชีวิตหนักกว่าโทษตามกฎหมายใหม่ ศาลจึงกำหนดโทษใหม่
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเพียงแต่เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารตามคำสั่งของพวกเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด แต่ก็มีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำด้วยการสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ต้องอ่านคู่กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7422/2568 ซึ่งแยกระหว่างมาตรา 129 กับการเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 125
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 12727 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 12928 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 14529 · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7422/256831
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- ผู้ขายใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำเลยให้ไว้ติดต่อผู้ซื้อ และให้โอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนผ่านบัญชีของบุคคลอื่นแล้วเข้าบัญชีธนาคารของจำเลย ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือ
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- มาตรา 129 ใช้เมื่อการกระทำยังไม่ถึงขั้นสนับสนุนหรือช่วยเหลือ ถ้าการเปิดบัญชีถึงขั้นสนับสนุนหรือช่วยเหลือ เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) และต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ การเลือกวรรคของมาตรา 145 สำหรับผู้สนับสนุนพิจารณาจากพฤติการณ์หรือบทบาทของตัวการ คดีนี้เป็นมาตรา 145 วรรคสอง (2) ไม่ใช่วรรคสาม (2)
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “หากการเปิดบัญชีธนาคารนั้นถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 129”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- การแยกระหว่างสองมาตราขึ้นกับระดับการมีส่วนร่วมและความรู้ของผู้เปิดบัญชีในแต่ละคดี
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 12532 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 12933 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 14534
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2182/256735
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยโทรศัพท์ตกลงซื้อเมทแอมเฟตามีน 2 ถุงจากผู้ขาย ผู้ขายจ้างบุคคลอื่นนำไปส่งทางพัสดุไปรษณีย์ แต่ผู้รับจ้างนำพัสดุไปมอบตำรวจก่อนถึงมือจำเลย
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- การตกลงซื้อขายในลักษณะนี้เป็นการสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามมาตรา 127 และเมื่อมีการพยายามกระทำความผิดเพราะการสมคบ จำเลยต้องรับโทษตามมาตรา 127 วรรคสอง และฐานพยายามจำหน่ายตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 126 ข้อสันนิษฐานเพื่อจำหน่ายตามกฎหมายเดิมยังใช้กับคดีนี้ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 21 วรรคหนึ่ง แต่พฤติการณ์ยังไม่เป็นการกระทำเพื่อการค้า และจำเลยไม่ต้องรับผิดในยาเสพติดส่วนอื่นของผู้ขายที่ไม่ได้รู้เห็น
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “ลักษณะการตกลงกันเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการคบคิดร่วมกันระหว่าง ช. กับจำเลยที่ 1 อันเป็นการสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ผลเรื่องเจตนาจำหน่ายอาศัยข้อสันนิษฐานตามกฎหมายเดิม ซึ่งใช้เฉพาะคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาก่อนประมวลกฎหมายใช้บังคับ
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 12636 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 12737 · พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 2138
การลดโทษ การให้ข้อมูล และการลงโทษผู้เสพ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2979/256639
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดฐานมีเมทแอมเฟตามีน 4,018 เม็ดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่าย 1,996 เม็ดแก่สายลับผู้ล่อซื้อ และได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามต่อเจ้าพนักงานตำรวจ แล้วขอให้กำหนดโทษใหม่
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- การมีไว้เพื่อจำหน่ายกับการพยายามจำหน่ายเป็นความผิดฐานจำหน่ายเพียงกรรมเดียวตามกฎหมายใหม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ฟังว่าการกระทำเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนตามมาตรา 145 วรรคสอง (2) ไม่ถึงวรรคสาม (2) ส่วนการลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำเพราะให้ข้อมูลที่สำคัญ มาตรา 153 กำหนดหลักเกณฑ์ให้พนักงานอัยการระบุหรือผู้กระทำความผิดยื่นคำร้อง จึงไม่เป็นคุณกว่ามาตรา 100/2 ของกฎหมายเดิม ต้องใช้กฎหมายเดิมในส่วนนี้
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “กฎหมายใหม่จึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย ต้องบังคับตามกฎหมายเดิมซึ่งใช้ในขณะกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 3 วรรคแรก”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- การเลือกใช้กฎหมายที่เป็นคุณพิจารณาแยกเป็นรายประเด็น
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 14540 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 15341 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 12642 · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4000/256944
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยที่ 2 ซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำเพราะให้ข้อมูลที่สำคัญตามมาตรา 100/2 ของกฎหมายเดิม ขอให้กำหนดโทษใหม่ และศาลอุทธรณ์ไม่ปรับบทกำหนดโทษในเรื่องการให้ข้อมูลนั้น
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- บทบัญญัติเรื่องการลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำเพราะให้ข้อมูลที่สำคัญเป็นกฎหมายเกี่ยวกับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 และมาตรา 100/2 ของกฎหมายเดิมเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ศาลต้องนำมาใช้ด้วย การไม่กำหนดโทษตามมาตรา 100/2 จึงหนักกว่าโทษตามกฎหมายภายหลัง
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ไม่ว่าในทางใดด้วย”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ใช้กับผู้ที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญไว้แล้วตามที่ปรากฏในคดี
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 15345 · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 346
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/256747
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมายเดิม ต่อมาขอให้ศาลลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำตามมาตรา 152 วรรคสอง ของประมวลกฎหมายยาเสพติด
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- คำขอตามมาตรา 152 วรรคสอง ในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่การกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1)
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “การขอให้ศาลลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่การกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1)”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- เหตุตามมาตรา 152 วรรคสองควรยกขึ้นระหว่างการพิจารณาคดี
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 15248 · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 349
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5547/256750
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีน 1 ซอง น้ำหนักสุทธิ 0.02 กรัม ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งใช้ในขณะกระทำความผิด
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเดิมไม่ใช่ความผิดร้ายแรง จึงอยู่กลุ่มเดียวกับความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพตามมาตรา 107 และ 164 กฎหมายใหม่ไม่มีผลย้อนหลังทำให้เป็นความผิดร้ายแรง และปริมาณต้องด้วยข้อสันนิษฐานเพื่อเสพตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ข้อ 2 (จ) ศาลจึงลงโทษตามมาตรา 107 วรรคสอง และมาตรา 164 ซึ่งเป็นคุณ
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “ไม่มีผลย้อนหลังทำให้ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเดิมกลายเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายใหม่ไปได้”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- ปริมาณในคดีนี้ไม่เกินเกณฑ์ในกฎกระทรวง ผลอาจต่างไปเมื่อปริมาณเกินเกณฑ์หรือมีพยานหลักฐานเรื่องเจตนาอื่น
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 10751 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 16452 · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1855/256754
- ข้อเท็จจริงโดยสรุป
- จำเลยถูกฟ้องฐานเสพเมทแอมเฟตามีน และเคยต้องโทษจำคุกพ้นโทษเมื่อปี 2560 โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ จำเลยรับสารภาพ ศาลอุทธรณ์ไม่เพิ่มโทษและรอการลงโทษ
- คำวินิจฉัยของศาล สรุปโดยสำนักงาน
- จำเลยเข้าเงื่อนไขเพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และไม่อยู่ในเกณฑ์รอการลงโทษตามมาตรา 56 เพราะเคยรับโทษจำคุกเกินหกเดือน แต่เมื่อความผิดฐานเสพเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย ความผิดครั้งก่อนเกิดเมื่อกว่าแปดปีมาแล้ว และการจำคุกระยะสั้นไม่น่าเป็นผลดี ศาลนำเงื่อนไขคุมความประพฤติตามมาตรา 56 มาใช้แทนการลงโทษจำคุกตามมาตรา 166 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด
- ข้อความจากคำพิพากษาฉบับย่อ
- “คดีนี้จำเลยกระทำความผิดเสพเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย”
- ความเห็นของสำนักงาน ข้อจำกัดในการนำไปใช้
- มาตรา 166 ใช้เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้นั้นมีคดีอื่นที่มีโทษจำคุกค้างอยู่หรืออยู่ระหว่างรับโทษจำคุก ตามเงื่อนไขในมาตรานั้น
- บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 16655 · ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 16256