ปรับปรุงล่าสุด · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมาย
สาระสำคัญ
- เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งข้อกล่าวหา แสดงหมายจับถ้ามี และแจ้งว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การ ถ้อยคำอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน และมีสิทธิพบและปรึกษาทนายความ1
- คำรับสารภาพที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับในชั้นจับกุม ห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐาน2
- ผู้ถูกจับมีสิทธิแจ้งญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจให้ทราบถึงการจับและสถานที่ควบคุมในโอกาสแรก และพบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว3
- ถ้าผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวและมีเหตุจำเป็นต้องควบคุมไว้เพื่อการสอบสวนหรือการฟ้องคดี ต้องนำตัวไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้4
- ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต ถ้าผู้ต้องหาไม่มีทนายความ รัฐต้องจัดหาทนายความให้ก่อนเริ่มถามคำให้การ5
สิทธิของผู้ถูกจับในขณะถูกจับ
ในขณะจับ เจ้าพนักงานต้องแจ้งแก่ผู้ถูกจับว่าเขาต้องถูกจับ แจ้งข้อกล่าวหา แสดงหมายจับถ้ามี และแจ้งสิทธิสามประการ ได้แก่ สิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ การที่ถ้อยคำของผู้ถูกจับอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี และสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ6
มาตราเดียวกันกำหนดว่า ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจทราบถึงการจับ และการแจ้งนั้นทำได้โดยสะดวก ไม่ขัดขวางการจับหรือการควบคุม และไม่ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย เจ้าพนักงานต้องอนุญาตตามสมควร และเจ้าพนักงานผู้จับต้องบันทึกการจับไว้
คดียาเสพติดอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในเรื่องที่พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติดไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ7 สิทธิในหน้านี้จึงใช้กับผู้ถูกจับในคดียาเสพติดเช่นเดียวกับคดีอาญาทั่วไป
ถ้อยคำในชั้นจับกุมและบันทึกการจับกุม
ถ้อยคำที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัว ถ้าเป็นคำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐาน ส่วนถ้อยคำอื่นรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อได้แจ้งสิทธิแก่ผู้ถูกจับแล้ว8
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/25679
ถ้อยคำรับสารภาพของผู้ถูกจับต่อเจ้าพนักงานผู้จับรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 84 วรรคสี่ และถ้อยคำอื่นตามบทบัญญัตินั้นต้องไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคำรับสารภาพ รายละเอียดว่าซื้อมาเพื่อจำหน่ายต่อเป็นส่วนหนึ่งของคำรับสารภาพจึงรับฟังไม่ได้ ส่วนคำรับสารภาพชั้นจับกุมของผู้ถูกจับอีกคนหนึ่ง แม้ไม่ห้ามรับฟังในคดีของจำเลย แต่เป็นพยานบอกเล่าและคำซัดทอดซึ่งมีเงื่อนไขในการรับฟังและมีน้ำหนักน้อย
“ถ้อยคำอื่นตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องไม่ใช่ถ้อยคำที่เป็นส่วนหนึ่งของคำรับสารภาพของจำเลย”
ความเห็นของสำนักงาน
บันทึกการจับกุมมักบรรยายทั้งพฤติการณ์การจับ ของกลาง และถ้อยคำของผู้ถูกจับ แม้ส่วนที่เป็นคำรับสารภาพจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ แต่ข้อความส่วนอื่น เช่น เวลา สถานที่ และจำนวนของกลาง อาจถูกนำมาใช้ในคดี ผู้ถูกจับควรอ่านข้อความทุกส่วนก่อนลงลายมือชื่อ และขอให้บันทึกไว้หากเห็นว่าข้อความใดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
สิทธิเมื่อถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน
เมื่อถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดเหตุแห่งการจับ อ่านหมายจับให้ฟังถ้ามี และมอบสำเนาบันทึกการจับแก่ผู้ถูกจับ จากนั้นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจต้องแจ้งสิทธิตามมาตรา 7/1 และจัดให้ผู้ถูกจับติดต่อญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจได้ในโอกาสแรก โดยห้ามเรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ10
สิทธิตามมาตรา 7/1 ได้แก่11
- พบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว
- ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำในชั้นสอบสวน
- ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร
- ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย
การสอบปากคำและทนายความในชั้นสอบสวน
ก่อนถามคำให้การ พนักงานสอบสวนต้องแจ้งผู้ต้องหาว่ามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้อยคำที่ให้การอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้ไว้ก่อนได้รับแจ้งสิทธิเหล่านี้ หรือก่อนพนักงานสอบสวนดำเนินการตามมาตรา 134/1 ถึงมาตรา 134/3 รับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้12
สิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำบัญญัติไว้อีกครั้งในมาตรา 134/313 สำหรับการจัดหาทนายความโดยรัฐ มาตรา 134/1 แยกไว้สองกรณี14
| ประเภทคดี | หน้าที่ของพนักงานสอบสวนก่อนถามคำให้การ |
|---|---|
| คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือผู้ต้องหามีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันแจ้งข้อหา | ถามว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มี รัฐต้องจัดหาทนายความให้ |
| คดีที่มีอัตราโทษจำคุก | ถามว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการ รัฐต้องจัดหาทนายความให้ |
ข้อหาตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม มีโทษประหารชีวิตเป็นโทษสถานหนึ่ง15 ส่วนความผิดฐานเสพและฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพมีโทษจำคุก1617
ความเห็นของสำนักงาน
การเลือกว่าจะให้การในรายละเอียด ให้การปฏิเสธ หรือยังไม่ให้การ เป็นการตัดสินใจที่มีผลต่อแนวทางคดีทั้งหมด กฎหมายเปิดให้ผู้ต้องหาเลือกไม่ให้การได้ จึงควรปรึกษาทนายความก่อนให้ถ้อยคำในรายละเอียด โดยเฉพาะเมื่อข้อหาเกี่ยวกับการจำหน่ายหรือมีผู้ต้องหาหลายคน
การตรวจค้นโดยไม่มีหมายค้น
การตรวจค้นที่พักโดยไม่มีหมายค้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ขึ้นกับข้อเท็จจริงเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนในแต่ละคดี ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าการค้นห้องพักชั่วคราวทันทีหลังได้ข้อมูลจากผู้เสพหลายคนเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4316/256018
ศาลฟังว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง เพราะจำเลยพักในรีสอร์ตเป็นการชั่วคราว และหากรอหมายค้นอาจนำยาเสพติดออกไปเมื่อใดก็ได้ ตำรวจจึงค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น และเมื่อพบยาเสพติดอันเป็นความผิดซึ่งหน้า จึงจับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ
“จึงเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง เจ้าพนักงานตำรวจจึงมีอำนาจเข้าไปค้นในห้องพักโดยไม่จำต้องมีหมายค้น”
พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ หรือได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาห้ามมิให้ศาลรับฟัง เว้นแต่การรับฟังจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย โดยศาลต้องพิจารณาปัจจัยที่กฎหมายกำหนด19
ความเห็นของสำนักงาน
ข้อเท็จจริงที่ใช้ประเมินความชอบด้วยกฎหมายของการค้น ได้แก่ เวลา สถานที่ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ข้อมูลที่เจ้าพนักงานอ้างว่าได้รับก่อนการค้น และลำดับเหตุการณ์ ผู้ถูกค้นหรือญาติควรบันทึกข้อเท็จจริงเหล่านี้ไว้โดยเร็ว
ระยะเวลาควบคุมตัวและการฝากขัง
ห้ามควบคุมผู้ถูกจับไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี ถ้าผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวและมีเหตุจำเป็นเพื่อการสอบสวนหรือการฟ้องคดี ต้องนำตัวไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ผู้ถูกจับถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ เพื่อยื่นคำร้องขอหมายขัง และศาลต้องสอบถามผู้ต้องหาว่ามีข้อคัดค้านหรือไม่20
| อัตราโทษจำคุกอย่างสูงของข้อหา | อำนาจศาลในการสั่งขังระหว่างสอบสวน | ตัวอย่างข้อหาตามประมวลกฎหมายยาเสพติด |
|---|---|---|
| ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท | ขังได้ครั้งเดียว ไม่เกินเจ็ดวัน | — |
| เกินหกเดือนแต่ไม่ถึงสิบปี หรือปรับเกินห้าร้อยบาท | ขังหลายครั้งติดกัน ครั้งละไม่เกินสิบสองวัน รวมไม่เกินสี่สิบแปดวัน | เสพ (จำคุกไม่เกินหนึ่งปี) · มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ (จำคุกไม่เกินสองปี) |
| ตั้งแต่สิบปีขึ้นไป | ขังหลายครั้งติดกัน ครั้งละไม่เกินสิบสองวัน รวมไม่เกินแปดสิบสี่วัน | ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามมาตรา 145 |
เมื่อศาลสั่งขังครบสี่สิบแปดวันในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป การขังต่อต้องมีการแสดงเหตุจำเป็นและนำพยานหลักฐานมาให้ศาลไต่สวนจนเป็นที่พอใจ ในการไต่สวนคำร้องขอหมายขังครั้งแรกและการไต่สวนเพื่อขังต่อดังกล่าว ผู้ต้องหามีสิทธิแต่งทนายความเพื่อแถลงคัดค้านและซักถามพยาน ถ้าผู้ต้องหาไม่มีทนายความเพราะยังไม่ได้มีการจัดหาทนายความตามมาตรา 134/1 และผู้ต้องหาร้องขอ ศาลต้องตั้งทนายความให้21
การปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน
ผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ โดยยื่นต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการเมื่อผู้ต้องหาถูกควบคุมและยังไม่ถูกฟ้อง และยื่นต่อศาลเมื่อผู้ต้องหาต้องขังตามหมายศาล22 กฎหมายวางหลักว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้23
ในการวินิจฉัยคำร้อง เจ้าพนักงานหรือศาลต้องพิจารณาความหนักเบาแห่งข้อหา พยานหลักฐาน พฤติการณ์แห่งคดี ความน่าเชื่อถือของผู้ขอประกันหรือหลักประกัน ความน่าจะหลบหนี และภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และอาจกำหนดเงื่อนไข รวมถึงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบการเดินทางเมื่อผู้ถูกปล่อยชั่วคราวยินยอม24
การสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ผู้ขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ หรือการปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือการดำเนินคดี และคำสั่งต้องแสดงเหตุผลและแจ้งเป็นหนังสือโดยเร็ว25
ผลของการไม่ไปศาลตามนัดระหว่างได้รับการปล่อยชั่วคราว และการคืนหลักประกันเมื่อคดีถึงที่สุด อธิบายไว้ในหน้า หมายเรียกและหมายจับในคดียาเสพติด
ความเห็นของสำนักงาน
มาตราที่อ้างในหน้านี้ไม่ได้กำหนดจำนวนเงินประกันไว้ จำนวนหลักประกันจึงต้องตรวจตามแนวปฏิบัติของหน่วยงานหรือศาลที่พิจารณาคำร้องเป็นรายคดี คำร้องที่ระบุข้อเท็จจริงตรงกับปัจจัยตามมาตรา 108 เช่น ที่อยู่ที่แน่นอน ภาระครอบครัว และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ช่วยให้ผู้พิจารณาเห็นข้อเท็จจริงครบถ้วนขึ้น
กรณีถูกตรวจพบว่าเสพยาเสพติด
ถ้าเจ้าพนักงานตรวจพบผู้ที่มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ และผู้นั้นไม่ได้เป็นผู้ต้องหาหรือถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นที่มีโทษจำคุก ไม่ได้อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก ไม่มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายตามที่กฎหมายกำหนด และสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา เจ้าพนักงานต้องส่งตัวไปสถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง เมื่อบำบัดครบถ้วนจนได้รับการรับรอง ผู้นั้นไม่มีความผิด26
รายละเอียดเรื่องการบำบัดรักษาในชั้นต่าง ๆ อยู่ในหน้า ผู้เสพยาเสพติดและการบำบัดรักษาแทนการลงโทษ
ผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปี
ถ้าผู้ต้องหามีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา และไม่มีทนายความ รัฐต้องจัดหาทนายความให้ก่อนเริ่มถามคำให้การ27 การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวแก่ผู้ที่อายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ทำได้เฉพาะเมื่อมีพฤติการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรงหรือมีเหตุสมควรประการอื่น28 และถ้าคดีเป็นคดีเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัว บทบัญญัติหมวดวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้นและหมวดอุทธรณ์และฎีกาของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติดไม่ใช้บังคับ29
การดำเนินการของญาติเมื่อมีผู้ถูกจับ
กฎหมายให้ผู้ถูกจับมีสิทธิแจ้งญาติถึงการจับและสถานที่ควบคุม และให้ญาติเยี่ยมหรือติดต่อได้ตามสมควร30 ญาติจึงสอบถามสถานที่ควบคุมและติดต่อผู้ถูกจับผ่านที่ทำการของพนักงานสอบสวนได้
ความเห็นของสำนักงาน
ในหลายกรณีที่สำนักงานพบ ข้อมูลที่ญาติรวบรวมได้ในวันแรกมีผลต่อการวางแนวทางคดี ได้แก่ ชื่อสถานีตำรวจและพนักงานสอบสวน เวลาที่จับและเวลาที่ถึงสถานี ข้อหาที่แจ้ง ของกลางที่ระบุ และกำหนดวันที่จะนำตัวไปศาล ญาติควรเตรียมเอกสารแสดงตัวตนและหลักฐานความสัมพันธ์สำหรับการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และไม่ควรติดต่อพยานหรือผู้เกี่ยวข้องในคดี เพราะการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเป็นเหตุหนึ่งที่ศาลใช้สั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราว นอกจากนั้น ถ้ามีผู้อ้างตนเป็นเจ้าพนักงานและเรียกให้โอนเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัว ควรตรวจสอบกับสถานีตำรวจโดยตรงก่อนดำเนินการใด ๆ
สรุปสิทธิของผู้ถูกจับในคดีอาญาทุกประเภท ซึ่งเขียนสำหรับผู้อ่านทั่วไป อยู่ที่ บทความสิทธิของผู้ถูกจับที่ eksiamlegal.com หน้านี้อธิบายเฉพาะส่วนที่ใช้กับคดียาเสพติด
คำถามที่พบบ่อย
ถูกจับคดียาเสพติดควรให้การกับตำรวจอย่างไร
กฎหมายให้ผู้ถูกจับและผู้ต้องหามีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ คำรับสารภาพในชั้นจับกุมห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้อยคำอื่นรับฟังได้เมื่อแจ้งสิทธิแล้ว ก่อนให้ถ้อยคำในรายละเอียดจึงควรปรึกษาทนายความ
ตำรวจควบคุมตัวผู้ถูกจับได้นานเท่าใดก่อนนำตัวไปศาล
ถ้าไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ต้องนำตัวไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ผู้ถูกจับถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87
คดียาเสพติดฝากขังได้สูงสุดกี่วัน
ขึ้นกับอัตราโทษจำคุกอย่างสูงของข้อหา ข้อหาตามมาตรา 145 ของประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งมีโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป ขังได้ครั้งละไม่เกินสิบสองวัน รวมไม่เกินแปดสิบสี่วัน ส่วนข้อหาเสพหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ รวมไม่เกินสี่สิบแปดวัน
ทนายความเข้าฟังการสอบปากคำได้หรือไม่
ได้ ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ และพนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธินี้ก่อนถามคำให้การ ตามมาตรา 134/3 และ 134/4