ปรับปรุงล่าสุด · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมาย
สาระสำคัญ
- ประมวลกฎหมายยาเสพติดนิยามคำว่า จำหน่าย ให้รวมถึงการมีไว้เพื่อจำหน่าย1
- ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามมาตรา 145 แบ่งอัตราโทษเป็นสามระดับตามพฤติการณ์ของการกระทำ โดยตัวบทไม่ได้กำหนดเกณฑ์ปริมาณ2
- ศาลฎีกาในที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า เหตุเพิ่มโทษตามมาตรา 145 วรรคสองและวรรคสาม ถือพฤติการณ์และบทบาทของผู้กระทำเป็นสำคัญ3
- การมีไว้ในครอบครองในปริมาณเล็กน้อยไม่เกินที่กฎกระทรวงกำหนด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้เพื่อเสพ4
- ความผิดร้ายแรงที่มีโทษจำคุกและปรับ ศาลต้องลงโทษทั้งจำคุกและปรับ แต่ลงโทษต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำได้เมื่อมีเหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะราย5
ประเภทของยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์
ประมวลกฎหมายยาเสพติดแบ่งยาเสพติดให้โทษเป็นห้าประเภท และแบ่งวัตถุออกฤทธิ์เป็นสี่ประเภท การระบุชื่อสารว่าอยู่ในประเภทใดเป็นไปตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข67
ประเภทของสารเป็นตัวกำหนดว่าจะใช้บทกำหนดโทษมาตราใด ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ อยู่ในบังคับของมาตรา 90 และมาตรา 1458 คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างในเว็บไซต์นี้ปรับบทความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา 90 และมาตรา 1459
ความหมายของจำหน่าย เสพ และความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด
คำว่า จำหน่าย ครอบคลุมการขาย แลกเปลี่ยน จ่าย แจก หรือให้โดยมีสิ่งตอบแทน และรวมถึงการมีไว้เพื่อจำหน่าย10 คำว่า เสพ หมายถึงการรับยาเสพติดเข้าสู่ร่างกายโดยรู้อยู่ว่าเป็นยาเสพติด11 และความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด หมายถึงความผิดเกี่ยวกับการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ รวมถึงการสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ หรือพยายามกระทำความผิดดังกล่าว12
ผลของนิยามคำว่า จำหน่าย ปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องการกำหนดโทษใหม่ ซึ่งวินิจฉัยว่าการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกับการพยายามจำหน่ายเป็นความผิดอย่างเดียวกันตามกฎหมายใหม่
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2609/2566 (ประชุมใหญ่)13
นิยามคำว่า จำหน่าย ในมาตรา 1 ของประมวลกฎหมายยาเสพติดรวมการมีไว้เพื่อจำหน่าย ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกับฐานพยายามจำหน่ายจึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน การปรับบทเป็นหลายกรรมจึงหนักกว่าการลงโทษตามกฎหมายใหม่ซึ่งในคดีนี้คือมาตรา 145 วรรคสอง (1) เพียงกรรมเดียว และอยู่ในหลักเกณฑ์กำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ส่วนการเพิ่มโทษ ศาลเพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ได้
ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ตามมาตรา 145
ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ โดยฝ่าฝืนมาตรา 90 ต้องระวางโทษตามมาตรา 145 ซึ่งแบ่งเป็นสามระดับ14
| ระดับ | พฤติการณ์ | อัตราโทษ |
|---|---|---|
| วรรคหนึ่ง | ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง | จำคุกไม่เกินสิบห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งล้านห้าแสนบาท |
| วรรคสอง | (๑) เพื่อการค้า (๒) ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน (๓) จำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี (๔) จำหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานที่ราชการ (๕) ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ (๖) มีอาวุธหรือใช้อาวุธ | จำคุกตั้งแต่สองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสองล้านบาท |
| วรรคสาม | (๑) กระทำโดยหัวหน้า ผู้มีหน้าที่สั่งการ หรือผู้มีหน้าที่จัดการในเครือข่ายอาชญากรรม (๒) ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป | จำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต |
พฤติการณ์และบทบาท ไม่ใช่ปริมาณ
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2565 (ประชุมใหญ่)15
ข้อสันนิษฐานเพื่อจำหน่ายตามปริมาณของกฎหมายเดิมยังใช้กับคดีนี้ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด แต่มาตรา 145 ของประมวลกฎหมายใหม่ลงโทษหนักขึ้นโดยถือพฤติการณ์และบทบาทหน้าที่เป็นสำคัญ ไม่ได้ถือปริมาณดังกฎหมายเดิม แม้ปริมาณที่มากขึ้นอาจบ่งชี้พฤติการณ์ได้ ถ้าผู้กระทำไม่มีพฤติการณ์หรือบทบาทตามวรรคสองหรือวรรคสาม ศาลปรับบทได้เพียงวรรคหนึ่ง และการกำหนดโทษใช้กฎหมายส่วนที่เป็นคุณตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 คดีนี้ศาลฟังว่าเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน จึงลงโทษตามมาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งเป็นคุณกว่ากฎหมายเดิม
“ป.ยาเสพติด มาตรา 145 ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ บัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้นโดยถือเอาพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ”
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/256716
แม้มาตรา 145 กำหนดโทษตามพฤติการณ์และบทบาทเป็นสำคัญ ปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นเป็นข้อบ่งชี้พฤติการณ์และบทบาทอยู่ในตัว ศาลฎีกาเห็นว่าการปรับบทตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) ชอบแล้ว แต่เห็นว่าโทษประหารชีวิตที่ศาลอุทธรณ์วางไว้หนักเกินไป จึงแก้เป็นจำคุกตลอดชีวิตก่อนลดโทษ
“ปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นเป็นข้อบ่งชี้ถึงพฤติการณ์และบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดอยู่ในตัว”
การกระทำเพื่อการค้า
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2567 (ประชุมใหญ่)17
แม้เป็นการขายให้สายลับผู้ล่อซื้อ เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นแสดงว่าจำเลยจำหน่ายเป็นปกติ ยังไม่เป็นการกระทำเพื่อการค้า การกระทำจึงเป็นความผิดตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง โทษที่ลงไว้ในแต่ละฐานไม่หนักกว่าโทษตามกฎหมายใหม่ แต่การมีไว้เพื่อจำหน่ายกับการจำหน่ายเป็นความผิดฐานจำหน่ายเพียงกรรมเดียว การปรับบทเป็นหลายกรรมจึงหนักกว่า และอยู่ในหลักเกณฑ์กำหนดโทษใหม่ในส่วนนั้น
“เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นอันแสดงให้เห็นว่าจำเลยประกอบกิจการด้วยการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการปกติทั่วไป อันจะถือเป็นการกระทำเพื่อการค้า”
เหตุฉกรรจ์ที่เป็นนามธรรม
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3479/256918
ประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ถือปริมาณเป็นเกณฑ์กำหนดโทษ แต่ปริมาณอาจบ่งชี้ความร้ายแรงและนำมาพิจารณาประกอบพฤติการณ์อื่นได้ เหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 145 วรรคสอง (2) และวรรคสาม (2) เป็นเหตุฉกรรจ์เชิงนามธรรม ศาลต้องวินิจฉัยจากพฤติการณ์ความร้ายแรงของคดี ไม่จำต้องฟังเป็นยุติตามคำบรรยายฟ้องและคำรับสารภาพเสมอไป
“เหตุฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นเหตุฉกรรจ์ในเชิงนามธรรม ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาตามพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งคดีเป็นเรื่อง ๆ ไป”
ความเห็นของสำนักงาน
คำพิพากษาสามฉบับข้างต้นอ่านร่วมกันได้ว่า ปริมาณยาเสพติดเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาพิจารณาประกอบพฤติการณ์ได้ แต่การปรับบทตามวรรคสองหรือวรรคสามต้องมีพฤติการณ์ตามที่บัญญัติไว้ และคำบรรยายฟ้องหรือคำรับสารภาพไม่ผูกพันศาลเสมอไปในเหตุฉกรรจ์ที่เป็นนามธรรม การโต้แย้งเรื่องพฤติการณ์และบทบาทจึงเป็นประเด็นหลักในคดีที่ถูกฟ้องตามวรรคสองหรือวรรคสาม
การมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพและข้อสันนิษฐานตามปริมาณ
การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ในปริมาณเล็กน้อยไม่เกินที่กฎกระทรวงกำหนด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้เพื่อเสพ19 ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ20
| สาร | ถ้อยคำในกฎกระทรวง |
|---|---|
| เมทแอมเฟตามีน | (จ) เมทแอมเฟตามีน (methamphetamine หรือ metamfetamine) มีปริมาณไม่เกินหนึ่งหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินยี่สิบมิลลิกรัม |
| แอมเฟตามีน | (ก) แอมเฟตามีน (amphetamine หรือ amfetamine) มีปริมาณไม่เกินหนึ่งหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม |
| เอ็มดีเอ็มเอ (MDMA) | (ช) ๓,๔ - เมทิลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน (3,4 - methylenedioxymethamphetamine หรือ methylenedioxymetamfetamine หรือ ecstasy หรือ MDMA) มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบมิลลิกรัม |
| เฮโรอีน | (ค) เฮโรอีน (heroin หรือ diacetylmorphine) มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสามร้อยมิลลิกรัม |
| โคคาอีน | (ก) โคคาอีน (cocaine) มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสองร้อยมิลลิกรัม |
| คีตามีน | (ข) คีตามีน (ketamine) ในกรณีที่เป็นของเหลวมีปริมาตรสุทธิไม่เกินสิบมิลลิลิตร หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งหมื่นมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินห้าร้อยมิลลิกรัม |
หน่วยการใช้ หมายถึง เม็ด ซอง ขวด หรือหน่วยอย่างอื่นที่ทำขึ้นซึ่งโดยปกติสำหรับการใช้เสพหนึ่งครั้ง ตามนิยามในกฎกระทรวงเดียวกัน
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5547/256722
ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเดิมไม่ใช่ความผิดร้ายแรง จึงอยู่กลุ่มเดียวกับความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพตามมาตรา 107 และ 164 กฎหมายใหม่ไม่มีผลย้อนหลังทำให้เป็นความผิดร้ายแรง และปริมาณต้องด้วยข้อสันนิษฐานเพื่อเสพตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ข้อ 2 (จ) ศาลจึงลงโทษตามมาตรา 107 วรรคสอง และมาตรา 164 ซึ่งเป็นคุณ
“ไม่มีผลย้อนหลังทำให้ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเดิมกลายเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายใหม่ไปได้”
ความเห็นของสำนักงาน
สำนักงานตรวจคำว่า สันนิษฐาน ทั้งฉบับในฐานข้อมูลกฤษฎีกาเมื่อ 3 ตุลาคม 2569 แล้ว ประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้บัญญัติข้อสันนิษฐานว่าการมีไว้ในครอบครองเกินปริมาณใดเป็นการมีไว้เพื่อจำหน่าย ข้อสันนิษฐานตามมาตรา 107 วรรคสองเป็นไปในทางเพื่อเสพ ส่วนข้อสันนิษฐานเพื่อจำหน่ายของกฎหมายเดิมยังใช้เฉพาะกับคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาก่อนประมวลกฎหมายใช้บังคับ ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 21 การมีปริมาณเกินเกณฑ์ในกฎกระทรวงจึงไม่ได้ทำให้เป็นความผิดฐานจำหน่ายโดยอัตโนมัติ แต่ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานเพื่อเสพ
ความผิดเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์ตามมาตรา 149
ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์โดยฝ่าฝืนมาตรา 94 ต้องระวางโทษตามประเภทของวัตถุออกฤทธิ์ และถ้าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ที่กระทำโดยมีพฤติการณ์ทำนองเดียวกับมาตรา 145 วรรคสอง โทษจะสูงขึ้น24
| ประเภทวัตถุออกฤทธิ์ | อัตราโทษตามวรรคหนึ่ง |
|---|---|
| ประเภท ๑ | จำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท |
| ประเภท ๒ | จำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท |
| ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ | จำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท |
| ประเภท ๑ หรือ ๒ ที่มีพฤติการณ์ตามวรรคสอง | จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท |
ผู้สนับสนุน ผู้พยายาม ผู้สมคบ และผู้ให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร
ในความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือ ผู้จัดหาเงิน ทรัพย์สิน ยานพาหนะ หรือสถานที่ และผู้ชี้แนะหรือติดต่อบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ25 ผู้พยายามกระทำความผิดร้ายแรงต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ26
มาตรา 125 วรรคสอง ให้ศาลไม่ลงโทษหรือลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ เมื่อผู้ที่จัดหาเงิน ทรัพย์สิน ที่พำนัก หรือที่ซ่อนเร้น ทำเพื่อช่วยบิดา มารดา บุตร สามี หรือภริยาของตนให้พ้นจากการถูกจับกุม
การสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรง มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินห้าแสนบาท และถ้ามีการกระทำความผิดเพราะการสมคบ ผู้สมคบต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น27 ส่วนผู้ยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมการ์ด โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรง มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ28
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2182/256729
การตกลงซื้อขายในลักษณะนี้เป็นการสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามมาตรา 127 และเมื่อมีการพยายามกระทำความผิดเพราะการสมคบ จำเลยต้องรับโทษตามมาตรา 127 วรรคสอง และฐานพยายามจำหน่ายตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 126 ข้อสันนิษฐานเพื่อจำหน่ายตามกฎหมายเดิมยังใช้กับคดีนี้ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 21 วรรคหนึ่ง แต่พฤติการณ์ยังไม่เป็นการกระทำเพื่อการค้า และจำเลยไม่ต้องรับผิดในยาเสพติดส่วนอื่นของผู้ขายที่ไม่ได้รู้เห็น
“ลักษณะการตกลงกันเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการคบคิดร่วมกันระหว่าง ช. กับจำเลยที่ 1 อันเป็นการสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว”
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2306/256730
การเปิดบัญชีในกรณีนี้เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำในการสมคบ ไม่ใช่เพียงความผิดฐานยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีตามมาตรา 129 ซึ่งมีโทษเบากว่า การกระทำต้องด้วยมาตรา 145 วรรคสอง (2) แต่ยังไม่ถึงวรรคสาม (2) และยังไม่พอฟังว่าเป็นการกระทำเพื่อการค้า เมื่อโทษจำคุกตลอดชีวิตหนักกว่าโทษตามกฎหมายใหม่ ศาลจึงกำหนดโทษใหม่
“แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเพียงแต่เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารตามคำสั่งของพวกเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด แต่ก็มีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำด้วยการสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด”
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7422/2568 (ประชุมใหญ่)31
มาตรา 129 ใช้เมื่อการกระทำยังไม่ถึงขั้นสนับสนุนหรือช่วยเหลือ ถ้าการเปิดบัญชีถึงขั้นสนับสนุนหรือช่วยเหลือ เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) และต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ การเลือกวรรคของมาตรา 145 สำหรับผู้สนับสนุนพิจารณาจากพฤติการณ์หรือบทบาทของตัวการ คดีนี้เป็นมาตรา 145 วรรคสอง (2) ไม่ใช่วรรคสาม (2)
“หากการเปิดบัญชีธนาคารนั้นถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 129”
ความเห็นของสำนักงาน
สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาเพราะบัญชีธนาคารหรือหมายเลขโทรศัพท์ของตนถูกใช้ในการค้ายาเสพติด คำพิพากษาสองฉบับหลังแสดงว่าผลของคดีต่างกันมากระหว่างมาตรา 129 กับการเป็นผู้สนับสนุนหรือผู้สมคบ ข้อเท็จจริงเรื่องความรู้ของเจ้าของบัญชี ผลประโยชน์ที่ได้รับ และการมีส่วนร่วมในขั้นตอนอื่น จึงเป็นประเด็นที่ต้องเตรียมพยานหลักฐานตั้งแต่ชั้นสอบสวน
ความผิดฐานเสพยาเสพติด
ผู้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ โดยไม่เข้าข้อยกเว้นในมาตรา 104 และไม่ใช่กรณีตามมาตรา 113 หรือ 114 มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ3233
ประมวลกฎหมายให้ความสำคัญกับการบำบัดรักษาผู้เสพมากกว่าการลงโทษ รายละเอียดอยู่ในหน้า ผู้เสพยาเสพติดและการบำบัดรักษา
หลักการกำหนดโทษในความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด
ความผิดร้ายแรงที่มีโทษจำคุกและปรับ ศาลต้องลงโทษทั้งจำคุกและปรับเสมอ แต่ถ้าศาลพิเคราะห์ความร้ายแรงของการกระทำ ฐานะทางเศรษฐกิจ และพฤติการณ์แล้วเห็นว่ามีเหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะราย ศาลจะลงโทษจำคุกหรือปรับน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำก็ได้34
ผู้กระทำความผิดที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามต่อเจ้าพนักงานผู้จับกุมหรือพนักงานสอบสวนในคดีนั้น ศาลจะลงโทษน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำก็ได้ เมื่อพนักงานอัยการระบุในคำฟ้องหรือยื่นคำร้องต่อศาล และถ้าพนักงานอัยการไม่ระบุ ผู้กระทำความผิดยื่นคำร้องเองได้35
คำวินิจฉัยของศาล · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/256736
คำขอตามมาตรา 152 วรรคสอง ในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่การกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1)
“การขอให้ศาลลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่การกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1)”
การริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด
ยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ และเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล หรือทรัพย์สินอื่นที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผล หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่37
ความเห็นของสำนักงาน
การริบตามมาตรา 134 ขึ้นกับข้อเท็จจริงว่าทรัพย์สินนั้นใช้ในการกระทำความผิดหรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ เมื่อยานพาหนะที่ถูกยึดเป็นของบุคคลอื่นหรืออยู่ระหว่างผ่อนชำระ ควรตรวจสิทธิของเจ้าของและผู้มีส่วนได้เสียเป็นรายคดีโดยเร็ว
คดีที่เกิดก่อนประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับ
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ยกเลิกกฎหมายยาเสพติดเดิม 24 ฉบับ รวมถึงพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 252238 เมื่อกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายในภายหลัง ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด39
ผู้ที่ต้องคำพิพากษาตามกฎหมายเดิมและคดีถึงที่สุดแล้ว อาจขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ได้ในกรณีที่โทษตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษตามกฎหมายใหม่ รายละเอียดและคำพิพากษาศาลฎีกาอยู่ในหน้า การกำหนดโทษใหม่หลังคดีถึงที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ยาบ้ากี่เม็ดจึงถือว่ามีไว้เพื่อเสพ
กฎกระทรวงกำหนดให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้เพื่อเสพ เมื่อเมทแอมเฟตามีนมีปริมาณไม่เกินหนึ่งหน่วยการใช้ หรือน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม หรือถ้าเป็นเกล็ด ผง ผลึก น้ำหนักสุทธิไม่เกินยี่สิบมิลลิกรัม ข้อสันนิษฐานนี้หักล้างได้ด้วยพยานหลักฐาน
มีไว้ในครอบครองกับมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายต่างกันอย่างไร
ประมวลกฎหมายยาเสพติดนิยามคำว่า จำหน่าย ให้รวมถึงการมีไว้เพื่อจำหน่าย การมีไว้เพื่อจำหน่ายจึงเป็นความผิดฐานจำหน่าย ส่วนการมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพเป็นความผิดตามมาตรา 164 ซึ่งมีโทษเบากว่ามาก ข้อเท็จจริงเรื่องเจตนาจึงเป็นประเด็นสำคัญ
ถูกล่อซื้อยาเสพติดถือว่าเป็นการกระทำเพื่อการค้าหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2567 วินิจฉัยว่าการขายให้สายลับผู้ล่อซื้อเพียงลำพัง เมื่อไม่มีพฤติการณ์อื่นแสดงว่าจำหน่ายเป็นปกติ ยังไม่เป็นการกระทำเพื่อการค้าตามมาตรา 145 วรรคสอง (1)
ให้คนอื่นยืมบัญชีธนาคารแล้วมีการโอนเงินค่ายาเสพติดมีความผิดหรือไม่
อาจเป็นความผิดตามมาตรา 129 ถ้ารู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรง และถ้าการเปิดบัญชีถึงขั้นสนับสนุนหรือเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ ศาลฎีกาเคยลงโทษตามมาตรา 125 หรือในฐานะผู้สมคบ ซึ่งมีโทษหนักกว่า